หลายท่านคงอึ้ง ทึ่ง เสียว กับกระแสข่าวที่มีการอ้างอิงว่า กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนผ้าไหมไทยเป็นมรดกโลกต่อยูเนสโก (UNESCO) และอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (สมชื่อประเทศเคลมโบเดียจริง)
อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้รับการยืนยันแล้วว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ข้อเท็จจริงที่ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนคือ “พิธีแต่งงานแบบเขมรดั้งเดิม” (Traditional Khmer Wedding) เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับผ้าไหมไทยแต่อย่างใด

ขณะที่ไทยก็แก้เกม โดยได้นำเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อองค์การยูเนสโก โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงาน มหกรรมผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลกครั้งที่ 15 เพื่อผลักดันและเผยแพร่คุณค่าของไหมไทยในเวทีโลก
แต่ไม่ว่าผ้าไหมไทยจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไม่ก็ตาม ก็ยังมีข่าวดีล่าสุดจากเวทีประชุมองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชูผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์จากกรมหม่อนไหม ให้เป็นสินค้าเกษตรพิเศษ ตามโครงการผลักดันการนำเสนอพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อขอรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและการเกษตรต่างประเทศ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และระบบออนไลน์ Zoom Meeting ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางระดับชาติว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน (National pathway for sustainable agrifood systems transformation) เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผลเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ “สร้างเศรษฐกิจเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน บนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยกลไกตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม พัฒนาทุนมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง”
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานเกี่ยวกับการเข้าร่วมระบบมรดกทางการเกษตรโลก (Globally Important Agricultural Heritage Systems: GIAHS) เพื่อให้การดำเนินงานด้าน GIAHS ของประเทศไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผลักดันการนำเสนอพื้นที่แห่งใหม่เพื่อขอรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก รวมถึงเห็นชอบเสนอ “ผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์จากกรมหม่อนไหม” ให้เป็นสินค้าเกษตรพิเศษ (Special Agricultural Products: SAPs) ภายใต้โครงการ One Country One Priority Product (OCOP) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพและเป็นเอกลักษณ์ เชื่อมโยงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะการเพาะปลูก และมรดกทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชื่อมโยงสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติอีกด้วย
นอกจากนี้ ได้มีการติดตามความก้าวหน้าความร่วมมือไทย-FAO เรื่องต่างๆ อาทิ โครงการความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือไทย – FAO (Country Programming Framework: CPF) ฉบับปี พ.ศ.2565 – 2569 การจัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การจัดตั้งทศวรรษแห่งสุขภาพดินแห่งสหประชาชาติ (UN Decade on Soil Health) พ.ศ.2574 – 2583 (ค.ศ.2031 – 2040) การปฏิบัติงานชั่วคราวกับสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกและสำนักงานผู้แทนย่อยระดับอนุภูมิภาคขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเข้าถึงแหล่งงบประมาณจากกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for Responding to Loss and Damage: FRLD) อีกด้วย

