หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมแม่พาลูกสาววัย 12 ขวบ ร้องมูลนิธิดังหลังลูกขี่ จยย.ชนท้ายสิบล้อเลี้ยวออกจากซอยเจ็บร่อแร่นอน ICU คู่กรณีจ่ายแค่ 15,000

แม่พาลูกสาววัย 12 ขวบ ร้องมูลนิธิดังหลังลูกขี่ จยย.ชนท้ายสิบล้อเลี้ยวออกจากซอยเจ็บร่อแร่นอน ICU คู่กรณีจ่ายแค่ 15,000

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางเอ๋  อายุ 40 ปี พาลูกสาวชื่อน้องพอลล่า อายุ 15 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ  หลังลูกสาวตนเอง ถูกรถสิบล้อที่เลี้ยวออกมาจากซอยกะทันหันทำให้ลูกสาวที่ขี่มาทางตรงชนด้านท้ายอย่างจัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนห้อง ไอ.ซี.ยู.เกือบเดือนหมดค่ารักษาไปกว่า 200,000 บาท ครอบครัวต้องกู้หนี้นอกระบบ เพื่อมารักษาลูกสาว ขณะที่คู่กรณีเองโยนเงินให้ 15,000 บาท เพื่อให้จบคดี แล้วบอกว่า ลูกสาวเป็นคนผิด อยากได้ให้ไปฟ้องเอา

นางเอ๋ เล่าทั้งน้ำตาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 66 ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน หน้าโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ลูกสาวของตนเองคือ น้องพอลล่า อายุ 12 ปี (ในขณะนั้น) ขี่รถจักรยานยนต์ ออกไปร้านค้าใกล้บ้านเพื่อไปซื้อนม แล้วมีรถบรรทุกสิบล้อ คนขับชื่อนายถวิล ขับรถออกมาจากซอยอย่างกะทันหัน ทำให้ลูกสาวเบรคไม่ทัน ชนเข้าท้ายสิบล้ออย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดออกในเนื้อเยื่อหุ้มสมอง, กะโหลกศีรษะแตก, จมูกหัก, หน้าผากยุบ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และนอนอยู่ในห้อง ICU เกือบเดือน หมดค่ารักษาไปกว่า 200,000 บาท ครอบครัวต้องไปกู้หนี้นอกระบบในขณะนั้นเพื่อนำเงินมารักษาตัวลูกสาว จนกระทั่งทุกวันนี้ถึงแม้อาการจะดีขึ้น แต่สภาพจิตใจก็ไม่ปกติ

หลังเกิดเหตุจนเวลาล่วงเลยผ่านมา 3 ปี มีการเจรจาพูดคุยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางเจ้าของรถสิบล้อและคนขับสิบล้อ ให้เงินมา 15,000 บาท อ้างว่ารถไม่มีประกัน และฝ่ายเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ไม่พอใจก็ไปฟ้องร้องเอาเอง ตลอด เวลาทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือหรือแสดงน้ำใจ ขณะลูกสาวตนเองนอนอยู่ที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตนต้องบากหน้าไปกู้เงินหนี้นอกระบบเสียดอกร้อยละ 10 จนทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถใช้หนี้ได้หมดส่งได้แค่ดอก ส่วนคู่กรณีก็แล้งน้ำใจไม่เหลียวแลเลยแม้สักนิด

ส่วนทางด้านคดีหลัง ขึ้นศาล ปรากฏว่าคดีถูกยกฟ้องคู่กรณีไร้ความผิด ตนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เป็นเพราะว่าพวกเรา ไม่มีเงินที่จะไปต่อสู้คดี เมื่อทำเรื่องยื่นอุทธรณ์ ทางศาลก็ไม่รับ บอกว่าคดีจบไปแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อมาร้องขอความเป็นธรรม

ทางด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐานเอกสารต่างๆ พบว่าคดีของครอบครัว นางเอ๋ ถูกนำขึ้นพิจารณาในชั้นศาลแล้ว และแพ้คดีไม่สามารถอุทรณ์หรือฎีกาได้เนื่องจากผู้พิพากษาพิจารณาสั่งยกฟ้องไปแล้ว ซึ่งอันนี้ไม่สามารถที่จะต่อสู้ อะไรต่อไปได้แล้ว เราต้องเคารพคำสั่งศาล ส่วนในด้านของมนุษยธรรม ก็อยู่ที่ฝ่ายทางเจ้าของรถสิบล้อและคนขับสิบล้อจะมีน้ำใจช่วยเหลืออย่างไรก็ว่ากันไป เรื่องนี้ตนอยากให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ซึ่งตอนนั้นแม้คนเจ็บจะเป็นเด็กหญิงอายุแค่ 12 ขวบ ไม่มีใบขับขี่ ผิดถูกอย่างไรก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ในด้านความช่วยเหลือก็อยู่ที่คู่กรณีจะมีน้ำใจ แค่ไหน นี่เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ส่วนคดีก็จบไปนานแล้วไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img