หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมหนุ่มเชียงใหม่หอบพานดอกไม้ขอขมา ผกก.สภ.ไทรน้อย หลังถูกหมายเรียกโพสต์หมิ่นโยงปมรับส่วย-สัมพันธ์เจ๊ทรายเจ้าของรถบรรทุก ดราม่ากรณีจ่าจักรไทรน้อย

หนุ่มเชียงใหม่หอบพานดอกไม้ขอขมา ผกก.สภ.ไทรน้อย หลังถูกหมายเรียกโพสต์หมิ่นโยงปมรับส่วย-สัมพันธ์เจ๊ทรายเจ้าของรถบรรทุก ดราม่ากรณีจ่าจักรไทรน้อย

จากกรณีดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ หลัง จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผบ.หมู่.จร.สภ.ไทรน้อย หรือ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” เรียกตรวจและดำเนินคดีกับรถบรรทุกแต่งซิ่ง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพรถ อุปกรณ์แต่งรถ รวมถึงประเด็นเรื่องส่วยและสัญลักษณ์ต่าง ๆ บนรถบรรทุก ส่งผลให้มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนหนึ่งโพสต์ข้อความหมิ่นประมาท พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย ทั้งกล่าวหาว่ารับส่วย ด่าทอลามไปถึงครอบครัว และพาดพิงว่ามีความสัมพันธ์กับเจ้าของรถบรรทุก ก่อนที่ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 และมีการออกหมายเรียกข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.ค. 69 ที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี นายฉัตรสกลุล เดชวงศ์ญา อายุ 37 ปี หุ้นส่วนคลินิกแห่งหนึ่ง และเจ้าของเฟซบุ๊ก “Chatsakul Detwongya” ซึ่งเป็นผู้โพสต์ข้อความพาดพิง พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ว่า “ผมก็สงสัยเหมือนกัน หรือ ผกก.โดนงานไปแล้ว อาจจะได้ส่วยแต่อาจจะได้ ห แทน เพราะนางก็สวยอยู่” ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”

นายฉัตรสกลุลได้นำพานดอกไม้ ธูป และเทียน เข้าขอขมา พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ก่อนทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยเจรจากันนานประมาณ 40 นาที โดยมี นายชนอณุพงศ์ ชาญณัฐชากุญช์ หัวหน้าสำนักงานนิติประชาธรรม และนายคิม สัมพันธพงษ์ หรือทนายคิม ทนายความของ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ร่วมเป็นตัวกลางในการเจรจา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงยอมความ ถอนแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายฉัตรสกลุล เปิดเผยว่า สาเหตุที่โพสต์ข้อความดังกล่าวเพราะเห็นคอมเมนต์ในโซเชียลที่อ้างว่าผู้กำกับรู้จักกับเจ้าของรถบรรทุกมาก่อน จึงคอมเมนต์ต่อด้วยอารมณ์และความคึกคะนอง โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม เสพข่าวจากหลายโพสต์จนเกิดความเข้าใจผิด กระทั่งส่งผลกระทบต่อผู้กำกับและครอบครัว

หลังได้รับหมายเรียก ตนได้ติดต่อผู้กำกับและเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่มาพบเพื่อขอขมา ยอมรับว่าทำผิดจริง และรู้สึกสำนึกผิดที่ปล่อยให้อารมณ์จากการเสพสื่อมามีอิทธิพลต่อการแสดงความคิดเห็น พร้อมฝากถึงสังคมว่า ก่อนจะแสดงความคิดเห็นหรือพิมพ์ข้อความใดลงในโซเชียล ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายแหล่ง อย่าด่วนตัดสิน เพราะอาจสร้างความเสียหายให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตนโชคดีที่ผู้กำกับให้อภัย ขณะที่ยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีกหลายราย

ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา กล่าวว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ตนเพียงทำหน้าที่ปกป้องลูกน้อง แต่กลับถูกกล่าวหาและถูกด่าทอลามไปถึงภรรยา ลูก และคุณแม่ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก หลายคนมองว่าตนร้องไห้เพราะใจบาง แต่ความจริงคือความโกรธและความเสียใจที่ต้องเห็นครอบครัวถูกพาดพิง ทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นสามีของเจ้าของรถบรรทุก ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนลองคิดว่าหากเป็นตนเองหรือครอบครัวถูกกล่าวหาในลักษณะนี้จะรู้สึกอย่างไร พร้อมยอมรับคำขอโทษของนายฉัตรสกลุล เพราะเห็นถึงความสำนึกผิด และหวังว่าจะไม่ไปกระทำเช่นนี้กับผู้อื่นอีก พร้อมฝากเตือนให้ประชาชนใช้วิจารณญาณก่อนเสพข่าวและแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ เพราะการพิมพ์เพียงไม่กี่คำอาจไม่ได้ทำร้ายแค่บุคคลหนึ่ง แต่กระทบไปถึงคนในครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีการโพสต์หมิ่นประมาทรายอื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะพิจารณาเป็นรายบุคคล แต่ในส่วนผู้ที่กระทำกับตนและครอบครัว จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด

ด้านนายชนอณุพงศ์ ชาญณัฐชากุญช์ หัวหน้าสำนักงานนิติประชาธรรม พร้อมด้วยนายคิม สัมพันธพงษ์ หรือทนายคิม กล่าวว่า วันนี้ผู้กำกับมีเมตตาให้อภัยคู่กรณีที่สำนึกผิด แต่ขณะนี้ยังมีผู้ถูกแจ้งความและเตรียมออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 ราย หากได้รับหมายเรียกขอให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายบุคคล แต่หากไม่เข้าพบตามหมายเรียก ก็จะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img