วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการการตำรวจ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายอาวุธปืนบริเวณถนนบูรพา พร้อมหารือและรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อนำข้อมูลไปศึกษาหาแนวทางแก้ไขต่อไป
ระหว่างการลงพื้นที่ คณะได้เข้าสอบถามผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาวุธปืนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนและการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ปืนผิดกฎหมายแพร่กระจายได้ง่าย
จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล รองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการซื้อขายอาวุธปืนเถื่อน รวมถึงปัญหาการใช้นอมินีในการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย
เบื้องต้น คณะกรรมาธิการจะผลักดันให้มีการปราบปรามการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีพร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ให้บริการขนส่งและแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการตรวจสอบต้นทางและปลายทางของการขนส่งไม่ใช่มุ่งเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังได้รับการสะท้อนปัญหาจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับการระงับการนำเข้าอาวุธปืน ความล่าช้าในการออกใบอนุญาต ป.3 ต้นทุนอาวุธปืนที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องและจากสถิติพบว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนเถื่อนถึง 84% ขณะที่อาวุธปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายมีเพียง 4% สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งปราบปรามปืนผิดกฎหมายและอุดช่องโหว่ของกฎหมาย โดยยืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะนำข้อเสนอจากการรับฟังในครั้งนี้ไปผลักดันการแก้ไขกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีปืนแบลงก์กันและปืนบีบีกัน เห็นว่าควรมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากมีการนำไปใช้ก่อเหตุในหลายคดี รวมถึงเสนอให้มีการประเมินสภาพจิตใจของผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน (ป.4) เป็นระยะ เนื่องจากเป็นใบอนุญาตที่สามารถครอบครองอาวุธปืนได้ตลอดชีวิต ขณะที่ปัจจุบันยังมองว่ากฎหมายมีช่องโหว่หลายประการ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการปิดกั้นเว็บไซต์ซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายที่ใช้เวลานาน บางกรณีใช้เวลานานเกือบครึ่งปีกว่าจะสามารถดำเนินการปิดเว็บไซต์ได้ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อกำหนดมาตรการร่วมกัน
ด้านนายฐิติธร บุพพารัมณีย์ ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากมาตรการระงับการนำเข้าอาวุธปืน แม้ว่าจะมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีสินค้าเพียงพอสำหรับจำหน่าย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของผู้ประกอบการอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจำหน่ายอาวุธปืนเฉพาะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเห็นใจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากร้านค้าหลายแห่งดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 70-80 ปี และไม่ควรถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาปืนผิดกฎหมาย

