ป.ป.ส. จับมือ DSI ทำคดีเครือข่ายเฮโรอีนข้ามขาติ เป็นคดีพิเศษ

2

ป.ป.ส. ผนึกกำลัง DSI ยกระดับปราบยาเสพติดข้ามชาติ ดันคดีเครือข่ายลำเลียงเฮโรอีนเป็น “คดีพิเศษ” เร่งขยายผลล่าผู้บงการ-ตัดวงจรองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานเดินหน้าดำเนินคดีถึงที่สุด ตามนโยบายรัฐบาล “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด”

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด” โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อร่วมกันดำเนินการคดียาเสพติดรายสำคัญเป็นคดีพิเศษ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และติดตามผู้ร่วมขบวนการเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างครอบคลุม

นางสาวอารีภักดิ์ กล่าวว่า จากภาพรวมการจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติในช่วงที่ผ่านมา พบว่าคดีมีลักษณะการกระทำความผิดที่สลับซับซ้อน มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ผู้จัดหา ผู้ฝากพัสดุ ผู้รับหิ้ว ผู้ประสานงาน ตลอดจนผู้รับปลายทาง สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินการในรูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงได้มีการหารือร่วมกับ DSI ยกระดับประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปถึงผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการทุกระดับ

ทั้งนี้ ป.ป.ส. เห็นว่า การดำเนินคดีในลักษณะคดีพิเศษจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษเปิดโอกาสให้พนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบสวนได้ รวมทั้งสามารถแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติงาน เพื่อเสริมศักยภาพในการรวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์เส้นทางการเงิน และขยายผลไปยังผู้บงการหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าจะบูรณาการความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี ขยายผลทำลายเครือข่ายค้ายาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นำผู้กระทำผิดทุกระดับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามนโยบายรัฐบาล “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด” และนโยบายของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มุ่งตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดทั้งในประเทศและข้ามชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน.