หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“สนธิญา”ร้องรัฐบาลสอบสื่อ ปมเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน จ่อเอาผิดทั้งกฎหมาย-จริยธรรม

“สนธิญา”ร้องรัฐบาลสอบสื่อ ปมเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน จ่อเอาผิดทั้งกฎหมาย-จริยธรรม



“สนธิญา สวัสดี” ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอสอบการนำเสนอข่าวของสื่อที่อ้างว่าทำให้เสียชื่อเสียง พร้อมขอพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและจริยธรรมสื่อ ก่อนเดินหน้ายื่นอัยการสูงสุดขอถอนประกัน “รักชนก” และเตรียมยื่นหนังสือถึงผู้สำเร็จราชการออสเตรเลียในวันถัดไป

วันนี้ (1 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นายสนธิญา สวัสดี จะเข้ายื่นหนังสือต่อ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านสื่อของรัฐ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการนำเสนอข้อมูลในรายการสื่อมวลชน ใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเสนอรายการที่ผู้ร้องเห็นว่าไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดความเสียหาย 2.ให้พิจารณาการดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และ 3.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือหลักจริยธรรม ซึ่งนายสนธิญาเห็นว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตน โดยมีนาย เดชธนา สายระดา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เป็นตัวแทนมารับเรื่อง

นาย สนธิญา กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ สืบเนื่องจากกรณีการนำเสนอข้อมูลในรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. และสถานีวิทยุคลื่นวิทยุ ซึ่งมี นายวีระ ธีรภัทร และพิธีกรอีกท่านหนึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยระบุว่าข้อมูลที่มีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนเป็นอย่างมาก


โดยประเด็นปัญหาดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับการประชุมคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ที่มี คุณไอซ์ รักชนก ศรีนอก เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งในรายการมีการระบุว่า นายสนธิญาเป็นผู้ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า “จุ้นคืออะไร?” และประโยคที่ว่า “เตะเข้าชามหมา” ซึ่งนายสนธิญายืนยันหนักแน่นว่า “ทั้งสองประโยคดังกล่าว ไม่ได้มาจากคำพูดของผมในที่ประชุมอย่างแน่นอน” แต่เป็นข้อความที่มีผู้อื่นนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กหลังจากที่ตนเข้าร่วมประชุม จากนั้นทางรายการจึงนำข้อความดังกล่าวไปนำเสนอและอ้างว่าเป็นคำพูดของตน ซึ่งถือเป็นการนำความเท็จมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ


นายสนธิญา ระบุเพิ่มเติมว่า หาก นายวีระ ธีรภัทร ทำหน้าที่เป็นเพียงนักจัดรายการวิทยุหรือพิธีกรทั่วไป ตนก็อาจจะไม่ติดใจเอาความ แต่เนื่องจากปัจจุบัน นายวีระ มีตำแหน่งเป็นถึง “ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ” ชุดดังกล่าวด้วย ดังนั้น การนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในชั้นกรรมาธิการออกมาสื่อสารสู่สาธารณะ จึงเป็นพฤติกรรมที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึงขัดต่อหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ นายสนธิญา ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

1.ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเสนอรายการดังกล่าวที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย

2.พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์

3.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือหลักจริยธรรม

นอกจากนี้ นายสนธิญา เผยว่าตนเองได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไว้ก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน นอกจากการจี้สอบพิธีกรชื่อดังแล้ว นายสนธิญา ยังได้เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานทางการเมือง และกฎหมายที่สำคัญอีก 2 ประเด็นเดินหน้าพึ่งอัยการสูงสุด หลังศาลไม่รับคำร้อง

นายสนธิญา เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) เวลาประมาณ 13.30 น. ตนจะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา ในการขอให้มีคำสั่ง “ถอนประกันตัว” นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.พรรคก้าวไกล ​การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายสนธิญาได้เคยยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวต่อนางสาวรักชนก ที่ศาลอาญารัชดามาแล้ว แต่ศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากเห็นว่านายสนธิญาไม่ใช่ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในคดี

อย่างไรก็ตาม นายสนธิญาระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาจำคุก 6 ปีไปแล้ว โดยมีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง ตนจึงต้องนำเรื่องนี้มาส่งต่อให้อัยการสูงสุดในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเป็นผู้ดำเนินการยื่นถอนประกันต่อไป โดยอ้างเหตุผลว่านางสาวรักชนกมีพฤติกรรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณี “ต่อสร้อยมาลา” และพาดพิงไปถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ซึ่งอาจเป็นการผิดเงื่อนไขการประกันตัว

นอกจากนี้ นายสนธิญายังได้ประกาศแผนการในวันพรุ่งนี้ (2 กรกฎาคม 2569) ว่าจะเดินทางไปยังสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือส่วนตัวในฐานะอดีตกรรมาธิการกฎหมายฯ โดยหนังสือดังกล่าวจะส่งตรงถึง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (Governor-General of Australia) ในฐานะผู้แทนพระองค์ของกษัตริย์อังกฤษ

นายสนธิญายืนยันว่าการยื่นหนังสือในวันพรุ่งนี้เป็นการดำเนินการในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนคนไทยภาพรวม ส่วนรายละเอียดและจุดประสงค์ของการยื่นหนังสือถึงทางการออสเตรเลียในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img