ด่วน!ศาลไม่ถอนประกัน’ทนายตั้ม’แต่เพิ่มเงื่อนไขห้ามยุ่งพยานหลักฐานข่มขู่พยาน

7

ศาลอาญาไม่ถอนประกัน“ทนายตั้ม”เเต่ออกเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานข่มขู่พยาน และวิจารณ์คดีอันกระทบต่อความน่าเชื่อถือกระบวนการพิจารณาคดี

วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งในกรณีที่ ฝ่ายโจทก์ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และคำร้องคัดค้านของนายษิทรา

ทั้งนี้ ศาลได้สอบถาม ทนายตั้มว่า มีสิ่งใดจะแถลงต่อศาลอีกหรือไม่ ทนายตั้ม แถลงว่า หากศาลเห็นว่าสิ่งใดที่ตนเองทําได้ไม่เหมาะสม ขอให้ออกข้อกําหนดมา โดย รับปากว่าจะไม่ทําอะไรที่สุ่มเสี่ยงอีก หากมองว่าพูดข่มขู่พยานของโจทก์ร่วม ตนเองก็ยินดีที่จะไม่พูดถึงอีก ส่วนกรณีที่ พูดกับผู้พิพากษาในวันที่ ศาลอ่านคําพิพากษาในคดีของตนเองว่าให้นํากรณีของตนไปสอนผู้พิพากษาที่จบใหม่ ศาลก็บอกเพียงว่าจะรับไว้พิจารณา

ศาลพิเคราะห์ตามคำร้องและคำแถลงของคู่ความในวันนี้แล้ว เห็นว่า กรณียังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างอุทธรณ์ แต่เห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติมให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

โดยห้ามมิให้จำเลยที่ 1ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือนำพยานหลักฐานในคดีออกมาวิจารณ์ในลักษณะลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือกระทำการใดอันอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด

ส่วนที่ทนายโจทก์ร่วมขอให้ศาลไต่สวนกรณีจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล เห็นว่า ความผิดฐานดูหมิ่นศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 เป็นคดีอาญาที่ต้องมีขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ สอบสวน ฟ้องร้องและพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามปกติ มิใช้ให้ศาลมาไต่สวนเอง

สำหรับการลงโทษละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ ‘ทั้งศาลมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี
มาตรการหรือเครื่องมือบางอย่างสำหรับให้อำนาจศาลในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลและเพื่อควบคุมกระบวนพิจารณาคดีให้ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย เป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมและรวดเร็ว เพื่อให้ศาลปฏิบัติหน้าที่ได้ได้โดยไม่ถูกรบกวนหรือถูกคุกคามจากอิทธิพลภายนอกจนกระทบกับการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ สามารถอำนวยความยุติธรรม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ตามความ มุ่งหมายของภฎหมาย

อีกทั้งในปัจจุบันปรากฏว่ามีการกระทำความผิดเป็นการรบกวน ขัดขวาง และข่มขู่ เป็นปฏิปักษ์หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือคำสั่งศาลมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่การที่ศาลจะใช้กฎหมายในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในกรณีใด ศาลพึงต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและไม่ลุแก่อำนาจ

เมื่อจำเลยที่ แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาวันนี้ว่าจะไม่กระทำการใดที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นการละเมิดอำนาจศาลและศาลได้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติมดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 โดยไม่ต้องไต่สวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องในส่วนนี้เสียทั้งนี้ กำชับให้จำเลยที่ 1 ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ระหว่างปล่อยชั่วคราวเคร่งครัด มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว