ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ลงพื้น จว.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลการทุตริต ของราชการระดับสูง พบว่าคนภูเก็ตและคนไทยทั้งชาติก็คงไม่รู้ว่าข้าราชการที่ลดตัวเป็นข้าราชการการชั่ว นอกจากแย่งอาจมกันแล้ว ซ้ำยังเอาความเลวของแต่ละฝ่ายออกมาแฉกันให้เขารู้กันทั้งบางว่า ”แท้จริงเปรียบเป็นหมาขี้เรื้อนที่ยังเอาหนังราชสีห์มาบังหน้าทำมาหาผลประโยชน์เหมือนกันทั้งคู่”
เรื่องขบวนการทั้งหมดมันเกิดขึ้น เพราะรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตผู้มากด้วยผลประโยชน์นายหนึ่งไปเรียกรับผลประโยชน์ที่ป่าตองเรื่องเซ็นใบอนุญาตโรงแรม จำนวน 5 ล้านบาท มีคลิปเสียง อยู่ที่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนก่อน แต่คลิปเสียงนี้รู้กันภายใน
ต่อมาเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทราบข่าวว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์กันที่ป่าตองจึงได้ลดตำแหน่งจากรองผู้ว่าฯ เบอร์หนึ่งมาเป็นรองผู้ว่าฯเบอร์สอง และเอาปลัดจังหวัดขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าฯ ราชการจังหวัดภูเก็ตอันดับหนึ่ง ทำงานแทน
จึงทำให้รองผู้ว่าหิวกระหายผลประโยชน์ เสียฟอร์มฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตท่านใหม่ย้ายมาใหม่ได้เรียก รองผู้ว่ามากผลประโยชน์รายเดิมมาคุยกัน จนตกผลึก ให้กลับมาเป็นรองผู้ว่าฯ เบอร์หนึ่งเหมือนเดิม หลังจากนั้น ก็พยายามที่จะฟาดงวงฟาดงากับรองผู้ว่าฯ ที่ปัจจุบันถูกลดตำแหน่งมาเป็นรองผู้ว่าฯ รองอวุโส
ส่วนสาเหตุที่ไปบุกบางเทาก็เพราะหลังจากรองผู้ว่าจอมแสบได้กลับมาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าฯตัวเป้ง แล้วก็กลับเรียกรับผลประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นป่าตองหรือบางเทาหรืออีกหลายหลายแห่งที่มีการเปิดผับเปิดบาร์ โดยขอขึ้นราคาจากร้านละ 10,000 กลายเป็น 15,000 บาทเป็นต้น
ซึ่งเจ้าของร้านผับบาร์ก็เดือดร้อนจึงทำการร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้เรื่องทุกอย่างมันเลวร้าย ไปลงที่บางเทามีการจ่ายส่วยให้กับกลุ่มข้าราชการในพื้นที่ 50,000 บาท ซึ่งเขาจ่ายส่วยแบบนี้กันอยู่แล้วตามปกติ ทุกคนรู้กัน
แต่พอมาขึ้นเป็นร้านละ 15,000 บาท ถูกชาวบ้านต่อต้าน โดยเฉพาะบ้านบางเทา ซึ่งชาวบ้านไม่ยอมก็เลยถูกปราบโดยใช้อำนาจขอความร่วมมือจากตำรวจภาค 8 ลงมาก่อกวนหลายครั้ง แต่ไม่ได้ผล เพราะตำรวจมีอำนาจมาตรวจสอบโฉนดที่ดินของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณบ้านบางเทา
ในเมื่อรองผู้ว่าจอมแสบ ไม่ประสบความสำเร็จในการขอขึ้นราคาเก็บส่วย จึงสั่งฝ่ายปกครองลงพื้นที่ ตรวจสอบและยึดพื้นที่จำนวน 40 ร้านค้า และสั่งปิดสถานบันเทิงทั้งหมด ตัดน้ำตัดไฟอ้างว่าเป็นที่หลวงโดยยืนยันจากป่าไม้จังหวัดภูเก็ต
แต่ความจริงชาวบ้านอยู่มาก่อนประกาศเขตป่า 2484 อยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายแล้ว สภาพปัจจุบันเป็นเมือง ซึ่งชาวบ้านให้นักธุรกิจลงมาเช่าเปิดร้านขายอาหาร ขายเหล้า ขายเบียร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต
โดยมีหนังสือนิรโทษกรรมจาก คณะ คสช. ให้คนที่มาอยู่ก่อนเขตป่า ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อยู่ในบางเทา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกตรวจยึดด้วยนั้นไม่ต้องขออนุญาตการก่อสร้างเพราะอาศัยมาอยู่ก่อนแล้ว
เป็นเหตุให้ร้านค้าทุกร้านไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง จึงนำมาให้ป่าไม้อ้างสิทธิ์ว่าที่ตรงนี้ในย่านสถานบันเทิงเป็นที่ของป่าไม้จำนวนห้าไร่ แต่ความจริงไม่ใช่ที่ป่าไม้ เพราะป่าไม้ไม่เคยประกาศเป็นเขตป่าไม้ในบริเวณที่ห้าไร่ตรงนี้ และเรื่องทุกอย่างอยู่ที่ศาลชาวบ้านเป็นคดีกันอยู่ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต
ต่อมาเรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต เกิดจาก ไอ้โม่ง ซึ่งเป็นอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เรียกส่วยสถานบันเทิงป่าตอง เดือนละ 1 ล้าน และร่วมมือกับมือขวาเก็บส่วยผู้บุกรุกที่หาดบางเทา ราวๆ 6 ไร่ กว่า ปี 67 -69 ทำแผงให้ ฝรั่งเช่า เดือนละ 1.5 แสนบาทต่อร้านและมีค่าเซ้ง ร้านละ 10-20 ล้าน ได้เป็น 100 ล้าน
มีรองผู้ว่าฯคนดัง เป็นผู้ไปขออนุญาตไฟฟ้าถลาง ด้วยตัวเอง และลักไฟฟ้า ไปให้ ผู้บุกรุกใช้ เก็บค่าไฟฟ้า เดือนละ 4-5 แสนบาท มีรองผู้ว่าและผลประโยชน์รายนี้ชอบ คุยโม้อวดใหญ่ อวดโต โดยมีเสี่ยรายหนึ่งว่า ใช้เงิน 5 ล้านบาท จ่ายผู้ใหญ่ ซื้อตำแหน่งปลัดจังหวัด และ รองผู้ว่า พอย้ายมาเป็น ปลัดจังหวัดยังเกิดส่วยสถานบันเทิงป่าตองอีก และใช้เงินวิ่งตำแหน่ง เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จากนายอำเภอเป็นปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าฯภูเก็ตใช้เวลา แค่ 2 ปี ได้ 3 ตำแหน่ง จากเงินส่วยสถานบันเทิงป่าตอง จนสถานบันเทิงป่าตอง ชุมนุมประท้วง เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ไอ้รองผู้ว่าฯ จอมแสบจับมือกับไอ้เสี่ย นักธุรกิจดังได้บุกรุกที่เอกชน จำนวน 5 แปลง ที่หาดบางเทา ทำร้านค้าให้เช่า 51 ร้าน ๆ ละ 50,000-100,000 บาท ต่อเดือน 5,000,000 บาท รวยอื้อ
ต่อมาพอนายกอนุทิน ชาญวีระกุล มาลงพื้นที่ทราบเรื่องสั่งจัดเต็มเอาจริง ไอ้กลุ่มที่มีผลประโยชน์เหล่านี้ก็ ดิ้นรนให้รอดคดี และสูญหายเสียประโยขน์ ขู่ย้าย ผู้ว่าฯ เซมเบ้ รองอดุลย์ และ ปลัดจังหวัดรุ่งเรือง ภูเก็ตอยู่ยากจริงๆ
รองผู้ว่าฯ นายนี้ ร่ำรวยผิดปกติ มีเงิน ซื้อที่ดิน แถวๆ แหลมหงา เกาะสิเหร่ จำนวน 600 ล้านและคุยคำใหญ่คำโต ว่า มีรัฐมตรีเป็นหุ้นส่วน ขู่นายกเล็กรัษฎา ขู่ชาวบ้าน จัดงานวัดเสียงดัง จนชาวบ้านร้องเรียน ที่ดินแถวเกาะสิเหร่ ตอนปรับที่ดินโดยไม่ขออนุญาต ท้องถิ่น แต่ธรรมชาติลงโทษ คนชั่วอย่างแก๊งข้าราชการชั่วโดย เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 69 ฝนตกหนักทำให้ดินสไลด์ลงมาทับถมถนน แหลมหงา ประจานความผิด
ไอ้รองฯ ตัวแสบ หาเงินผิดกฎหมายทุกทาง แอบบ้างงานกาชาด จัดการพนัน และนาวา อส ในงานกาชาด ที่สะพานหิน 10 คืน ได้เงิน มา 3 ล้านกว่า เรี่ยไรของรางวัล ทีวี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า จาก อส.สำรอง จาก นายอำเภอทุกอำเภอ อ้างว่าจัดงานเสร็จ จะให้เป็นสวัสดิการ อส แต่นำเงินไปใช้เองคนเดียว จนหมด จนอาสาสมัครสำรอง ร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ แต่เรื่องเงียบเพราะไอ้รองฯ ใช้เงินซื้อสื่อบางสื่อไม่ให้ลงข่าว เรื่องนี้ชาวบ้านบางเทา คนเกาะสิเหร่ และคนบันเทิงป่าตอง รอการพิสูจน์ความจริง ว่ารัฐจะถอดหน้ากากไอัโม่ คนโกงใช้ตำแหน่งทำผิดหาประโยชน์ ทุกรูปแบบจะเป็นอย่างไร

