หน้าแรกการเกษตรเลขาฯรมว.เกษตรฯ ‘สราวุฒิ’ นำทีม ศพร. เปิดปฏิบัติการคุมเข้มชายแดนอีสาน สกัดสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ยกระดับความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศ

เลขาฯรมว.เกษตรฯ ‘สราวุฒิ’ นำทีม ศพร. เปิดปฏิบัติการคุมเข้มชายแดนอีสาน สกัดสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ยกระดับความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศ


นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) พร้อมด้วย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตร การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดนไทย–ลาว และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ภายใต้การขับเคลื่อนของ “ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.)” หลังพบพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร พืชต้องห้าม และสินค้าที่อาจนำพาศัตรูพืชเข้าสู่ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ความมั่นคงทางอาหาร และความเชื่อมั่นของตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไทย


โดยข้อมูลจากด่านตรวจพืชมุกดาหาร พบว่า ปี 2569 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรผ่านด่านรวม 4,672.83 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าสินค้าเกษตรมีมูลค่ากว่า 3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.5 จากปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของด่านมุกดาหารในฐานะประตูการค้าสำคัญ เชื่อมโยงการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ผ่านเส้นทางเศรษฐกิจ R9 และ R12
สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญผ่านด่าน ได้แก่ ทุเรียน ไม้สับ หอมแดง ลำไย และมังคุด ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ มันเส้น มะม่วง ปลายข้าว แป้งมันสำปะหลัง และไม้ยูคาลิปตัสสับ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบการผลิตภายในประเทศและรักษาความเป็นธรรมทางการค้า


นายสรวุฒิ กล่าวว่า ศพร. จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บัญชาการกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายด้านการเกษตร โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ


“ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน การพักสินค้าในพื้นที่ชายแดน การลักลอบเคลื่อนย้ายสินค้า รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางการเกษตร ศพร. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและอำนวยการปฏิบัติการร่วม เพื่อปกป้องเกษตรกรไทยและรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ” นายสรวุฒิ กล่าว


ด้าน นายรพีภัทร์ เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับความร่วมมือกับด่านศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ด่านกักกันสัตว์ ด่านประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงป้องกันการลักลอบส่งออกพืชสงวนและทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ ซึ่งการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สามารถตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้รวม 29 คดี ของกลางรวมกว่า 69,127.5 กิโลกรัม โดยสินค้าสำคัญที่ตรวจพบ ได้แก่ มะม่วงและมะม่วงแก้วขมิ้น ข้าวสารไรซ์เบอร์รี่ กระเทียม อะโวคาโด และพริกไทย ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตภายในประเทศหากหลุดรอดจากการควบคุม ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมะม่วงแก้วขมิ้น 520 กิโลกรัม และอะโวคาโด 100 กิโลกรัม ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืช การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และความเสียหายต่อเกษตรกรไทย


ทั้งนี้ ศพร. จะเป็นกลไกกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วม เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองเกษตรกร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img