“สุชาติ” ลั่นรัฐบาลพร้อมจับมือทุกภาคส่วนสู้วิกฤตโลกเดือด หลังไทยได้รับผลกระทบชัดเจน เผย ร่าง กม.ลดโลกร้อนผ่าน ครม.แล้ว

127

 เซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ, วันที่ 5 มิถุนายน  นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.” หรือ “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด” พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยได้กำหนดนโยบายสำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ การพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดย ทส. พร้อมร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงได้มีการนำเสนอร่าง พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าครม. แล้ว  ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎหมายรายมาตรา

นายสุชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) ขณะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และอุทกภัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งประเทศและประชาคมโลก การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน และร่วมสร้างประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับวิกฤตโลกเดือด เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป” รมว.ทส.กล่าว

ด้าน นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงภาคประชาชนที่สามารถร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก Ms. Dechen Tsering ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมจัดเวทีเสวนาและนิทรรศการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม