เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าระวังสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด หลังแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้มีโอกาสสูงถึง 80% ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป แม้ปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะเป็นกลาง (Neutral) แต่หากปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ปริมาณฝนลดลง อากาศร้อนขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ของประเทศ

กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูลว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) เป็นภาวะที่ลมค้าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอ่อนกำลังลงผิดปกติ ส่งผลให้น้ำอุ่นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเคลื่อนย้อนกลับไปทางชายฝั่งอเมริกาใต้ ทำให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ เกิดภาวะแห้งแล้งในหลายพื้นที่ ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและหมอกควันเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน มีทั้งอากาศร้อนจัดและพายุรุนแรงในบางช่วงเวลา
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า เอลนีโญไม่ได้ส่งผลกระทบทันทีเมื่อเริ่มก่อตัว แต่หากสถานการณ์ดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลสะสมต่อทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร และการดำรงชีวิตของประชาชนในวงกว้างกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้เกษตรกร หน่วยงานด้านน้ำ และประชาชน ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ ทั้งการกักเก็บน้ำ การใช้น้ำอย่างประหยัด และการเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
ปัจจุบันโลกยังอยู่ในภาวะเป็นกลาง (Neutral) มีโอกาส 80% เข้าสู่ภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2569 ฝนมีแนวโน้มลดลงและเกิดภาวะแห้งแล้ง อากาศร้อนกว่าปกติในหลายพื้นที่ เสี่ยงไฟป่าและหมอกควันเพิ่มขึ้น ภาคเกษตรอาจได้รับผลกระทบจากผลผลิตลดลงแนะนำสำรองน้ำและติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

