หน้าแรกบทความองคมนตรี ห่วงภัยแล้ง ร่วมฟังปัญหา-แนะรัฐบาลแก้ไข วอนพ่วงแก้ปัญหายาเสพติดอีกเคส     

องคมนตรี ห่วงภัยแล้ง ร่วมฟังปัญหา-แนะรัฐบาลแก้ไข วอนพ่วงแก้ปัญหายาเสพติดอีกเคส     

เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศปีติที่คณะองคมนตรี 9 คน นำโดยนายพลากร สุวรรณรัฐ มีความเป็นห่วงวิกฤตภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนิโญ โดยเข้าร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำในการประชุมที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมาดไทย เป็นประธานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 

แม้หลังประชุมจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเชิงบวกและลบ ถึงอำนาจและภาระหน้าที่ขององคมนตรีและศักยภาพของรัฐบาล จากนักการเมืองและนักวิชาการ แต่สำหรับประชาชนคนธรรมดาที่อยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีความคาดหวังว่าคณะองคมนตรีจะเป็นตัวช่วยอันสำคัญที่จะกระตุ้นให้รัฐบาลแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างมีแบบแผนมากขึ้น เพราะลำพังที่รัฐบาลบริหารประเทศมาไม่ได้เกิดความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่านโนบายที่ผลักดันออกมานั้นช่วยชาวบ้านอย่างแท้จริง แค่ปัญหาวิกฤตน้ำมันบ่งชี้ได้ว่าเห็นแก่นนายทุนมากกว่าทุกข์ของชาวบ้าน     

เมื่อคณะองคมนตรีออกโรงแล้วหนึ่งเรื่อง ขอพ่วงการแก้ปัญหายาเสพติดทั้งองคาพยพอีกหนึ่งเรื่อง เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลงลึกไปถึงสถาบันครอบครัวแล้ว แม้รัฐบาลนายอนุทิน จะมีนโยบายถึงขั้นยกเป็นวาระแห่งชาติ แต่ผลการขับเคลื่อนประชาชนไม่ได้เกิดความรู้สึกสัมผัสได้ว่าปัญหาเบาบางลง       

แม้จะแถลงผลการจับกุมยาบ้าได้คราวละนับสิบล้านเม็ด หรือยาไอซ์หนักหลายตัน หรือล่าสุด ตำรวจนครบาลขยายผลจากจับยาบ้า 100,000 เม็ด ตามจับยาไอซ์ 1,687 กิโลกรัม และเคตามีน 50 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 210 ล้านบาท แต่ราคาขายปลีกในตลาดตามชุมชนยังคงถูกเหมือนเดิม บางชุมชน 5 เม็ด 100 บาท ผลพวงการปล่อยปละเลยของรัฐบาลในรอบเกือบ 20 ปี ยาเสพติดได้ทำลายสังคมและสถาบันครอบครัวย่อยยับไปแล้ว จากอาชญากรรมในแต่วันที่สื่อนำเสนอผลสรุปสุดท้ายผู้ก่อเหตุล้วนแต่เป็นสิงห์ขี้ยาแทบทั้งสิ้น       

บางข่าวไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้น พ่อแท้ๆวัย 40 ปี ติดยาบ้าข่มขืนลูกสาววัย 20 ปีและพยามยามข่มขืนลูกสาววัย 17 ปี เหตุเกิด ต.โพนทราย อ.เมือง มุกดาหาร หรือเหตุลูกชายวัย 15 ปี ติดยาบ้าอย่างหนักข่มขืนแม่บังเกิดเกล้า พื้นที่ อ.เกษตรสมบรูณ์ ชัยภูมิ ตำรวจจับกุมได้สารภาพหน้าตาเฉยว่าดื่มเหล้าผสมยาบ้า บังคับข่มขืนแม่ ร่วมเพศกับแม่ดีกว่าไปเอากับคนอื่นที่ต้องเสียเงิน แต่กับแม่ไม่ต้องเสียเงิน ถ้าแม่ขัดขืนจะทำร้ายมากกว่านี้          

ที่ยกมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเหตุที่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่ปรากฏเป็นข่าวและไม่เป็นข่าวแต่ชาวบ้านเกือบทุกชุมชนต่างรับรู้ว่าปัญหาเสพติดได้ทำลายครอบครัวคนไทยไปจำนวนมากแล้วและเกือบทุกชุมชนต่างมีผู้ป่วยทางจิตเพราะพิษยาเสพติดอย่าง 3-5 คนต่อชุมชน         

ยังไม่นับรวมพวกข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ที่ทั้งค้าทั้งเสพ ล่าสุด กรมการปกครองสั่งให้ตรวจปัสสาวะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครอง 878 อำเภอ จำนวน 286,553 คน พบสารเสพติด 47 คน ประกอบด้วย อาสาสมัครรักษาดินแดน 2 คน กำนัน 1 คน ผู้ใหญ่บ้าน 5 คน สารวัตรกำนัน 4 คน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 35 คน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งเพราะบุคคลเหล่านี้มีหน้าที่สอดส่องดูแลความสงบสุขทุกรูปแบบ       

จึงพอสะท้อนได้ว่านโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลหละหลวม ทำแบบผิวเผินไม่จัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ อาทิ จับกุมได้ส่งไปสถานบำบัด ทำได้ไม่ทั่วถึงเพราะทุกวันนี้แต่ละสถานที่ยัดแน่นไปด้วยสิงห์ขี้ยา ครั้นบำบัดเสร็จออกมาเสพเหมือนเดิมเพราะเจอสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ สิงห์ขี้ยาจึงเต็มบ้านเต็มเมือง       

ครั้นตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแล้วพบว่าหนักไปทางสร้างภาพมากกว่าแก้ไขแบบ ทั้งองคาพยพ แตกต่างจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ดำเนินทั้งองคาพยพ ระดมข้าราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาท อาทิ ทหาร นอกจากคุมเข้มตามแนวชายแดนแล้ว ยังสั่งให้เปิดค่ายเกือบทุกค่ายทั่วประเทศ รับผู้เสพเข้าบำบัด ขณะเดียวกันสั่งดการผู้ค้าอย่างเฉียบขาดทุกชุมชน จัดระเบียบสิ่งแวดล้อมใหม่รับผู้บำบัดกลับสู่สังคมไม่หวนกลับไปเสพอีก         

ดังนั้น ถ้ามองบริบทโดยรวมแล้วอนุมานปัญหายาเสพติดคือปัญหาใหญ่พอๆกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือได้ แถมประชาชนส่วนใหญ่ขาดเชื่อถือ เมื่อองคมนตรีทั้ง 9 คน ลงมารับฟังปัญหาและชี้แนะรับมือภัยแล้งแล้ว ขอพ่วงช่วยชี้แนะหรือเป็นกำลังหลักในการแก้ปัญหายาเสพติดอีกหนึ่งเรื่องด้วย ชาวบ้านจะปีติอย่างยิ่ง !!!  จอมมารน้อย                 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img