วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.อำนวย แขวงโสภา สว.กก.5 บก.ปทส. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบโรงงานของบริษัท หงเยวี่ย รีนิวเอเบิล รีซอร์สเซส เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าโรงงานดังกล่าวลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากเข้ามาภายในพื้นที่
สืบเนื่องจากมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า โรงงานดังกล่าวมีชาวจีนเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีรถบรรทุกขนขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาภายในโรงงานหลายเที่ยว ก่อนนำมากองสะสมไว้เป็นจำนวนมาก และใช้ผ้าใบคลุมปกปิดสายตาเจ้าหน้าที่ ทั้งที่โรงงานแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและสั่งปิดกิจการมาแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2568 แต่ภายหลังกลับลักลอบเปิดดำเนินการอีกครั้ง
จากการเข้าตรวจสอบภายในโรงงาน พบกองขยะจำนวนมากที่มีทั้งสายไฟ เศษโลหะ และวัสดุเหลือใช้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ถูกกองสะสมไว้หลายจุดภายในพื้นที่ โดยมีผ้าใบคลุมปกปิดไว้ตามที่ได้รับแจ้ง นอกจากนี้ยังพบเครื่องจักรและอุปกรณ์จำนวนมากที่ใช้ในการคัดแยกและแปรรูปขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะเข้าข่ายประกอบกิจการโรงงานประเภท 106 หรือโรงงานรับกำจัดของเสียอันตราย เช่น สารเคมี สายไฟ และวัสดุอันตรายอื่นๆ

เบื้องต้นทราบว่า บริษัทดังกล่าวมีนายสื่อ ซวิ่นโป สัญชาติจีน เป็นเจ้าของกิจการ แต่ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบตัวอยู่ในพื้นที่ และไม่สามารถติดต่อได้
ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแต่อย่างใด ส่วนกองวัสดุที่ตรวจพบ ซึ่งมีทั้งสายไฟและเศษโลหะปะปนกันนั้น มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นวัตถุอันตราย โดยตรวจวัดปริมาณเบื้องต้นได้ประมาณ 3,274 ลูกบาศก์เมตร
ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ในข้อหาตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างวัสดุที่ตรวจพบส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นวัตถุอันตรายประเภทใดบ้าง ก่อนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

