ที่รัฐสภา, วันที่ 29 พฤษภาคม – นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า วันเสาร์ที่ 26 ที่ผ่านมา เขาและนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรค ปชป. พร้อมทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ลงพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งได้มีประชาชนเข้ามาร้องเรียนปัญหาว่าตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแถวสุขุมวิทถึงอโศกมีร้านขายผลิตภัณฑ์กัญชา และกัญชา ทุก 50 เมตร ส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย โดยเฉพาะในช่วงเย็น
“นอกจากจะมีกลิ่นฟุ้งกระจายแล้ว ร้านค้ายังเปิดไฟนีออน ซึ่งเป็นการล่อตาล่อใจและยังมี ผลิตภัณฑ์จากกัญชาแปรรูปเป็นขนม เสนอขายกันอย่างเปิดเผยเหมือนบริเวณย่านสุขุมวิทเป็นดินแดนที่ไม่มีกฎหมาย ผมอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งดูปัญหาเรื่องกัญชาใน 5 ประเด็น” นายสกลธี กล่าวต่อที่ประชุม
นายสกลธี กล่าวว่า 5 ประเด็นดังกล่าว ได้แก่ 1. การก่อความเดือดร้อนรำคาญ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของส่วนรวม ซึ่งไม่ใช่สิทธิ์ส่วนตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ เพราะในช่วงตอนเย็น นักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทย ได้ออกมาสูบกัญชา และทำให้เกิดกลิ่นฟุ้งกระจายรบกวนประชาชนที่เดินสัญจรไปมาในย่านดังกล่าว จึงอยากให้ กทม. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ใช้กฎหมายที่มีอยู่คือ พรบ.สาธารณสุข เข้าไปดำเนินการจัดการโดยด่วน

(ขอบคุณภาพจาก รพ.มนารมย์)
ประเด็นที่ 2 คือในส่วนของกัญชาแปรรูป เป็นเรื่อที่ต้องเร่งเข้าไปดูอย่างจริงจัง เพราะผลิตภัณฑ์แปรรูปไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคุกกี้ กัมมี่ หรืออยู่ในรูปของขนมต่างๆ ไม่มีการแจ้งปริมาณสารดังกล่าวที่ชัดเจนว่ามีสัดส่วน หรือส่วนผสมในปริมาณมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะว่าเวลาเราบริโภคผลิตภัณฑ์แปรรูปเหล่านี้เข้าไป ร่างกายจะเกิดการดูดซึมช้า โดยอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง “ดังนั้นบางครั้งบางคนบริโภคพวกผลิตภัณฑ์แปรูกัญชาเข้าไป จะไม่รู้ตัวว่า ตัวเองได้กินไปในปริมาณมากขนาดไหน ซึ่งหยุดไม่ได้ จึงทำให้บางครั้งกินเข้าไปเกินขนาดโดยไม่รู้” สส.กทม.ปชป. กล่าว
ประเด็นที่ 3 การโฆษณาล่อตาล่อใจ ทำให้เด็กเยาวชนเข้าถึงง่าย ซึ่งมีผลการศึกษาว่ากัญชาจะนำเยาวชนไปสู่ยาเสพติดที่อันตรายและร้ายแรงยิ่งกว่า และหากเสพระยะยาวเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า, ประเด็นที่ 4 ซึ่งสำคัญที่สุด คือช่องโหว่ทางกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายที่จริงจัง ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งผลักดัน พรบ.กัญชาออกมาเพื่อควบคุมดูแลอย่างจริงจัง และประเด็นที่ 5 ที่อันตรายไม่แพ้กันคือคนขายที่เป็นต่างชาติ ขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยดูแลกันดูแล และเร่งแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างจริงจัง

