เปิดเบื้องหลัง “รองสารวัตร” สืบจนรู้ตัว ‘นายเสริมลาภ’ เหยื่อรถไฟชนรถเมล์รายสุดท้าย

147

รองสารวัตรสอบสวน สน.มักกะสัน เปิดเบื้องหลังตามหาตัวตนผู้เสียชีวิตนิรนามรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ หลังเพื่อนแจ้งคนหายก่อนแกะรอยจากกล้องวงจรปิดและสตอรี่ไอจี ไล่สายเลือดหาญาติฝ่ายพ่อเพื่อตรวจ DNA จนสุดท้ายยืนยันได้ว่าเป็น “นายเสริมลาภ ปิ่นทอง” ญาติเตรียมรับร่างกลับประกอบพิธีทางศาสนา

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน เปิดเผยถึงเบื้องหลังในการค้นหาญาติผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ แยกอโศก-ดินแดง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร พร้อมเล่าจุดเริ่มต้นว่า ในวันพุธ ที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีเพื่อนของผู้สูญหายรายนึงติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เข้ามาหาตนเองพร้อมบอกว่าเพื่อนชื่อ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี ขาดการติดต่อไปในห้วงเวลาที่เกิดเหตุจึงรู้สึกผิดปกติเนื่องจากเพื่อนคนนี้เป็นคนขยันและไม่เคยขาดงาน ตนเองจึงได้ประสานให้เข้ามาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน. มักกะสัน

จากนั้นเพื่อนของ นายเสริมลาภ ได้นำภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดบริเวณหอพักมาให้ตำรวจดูเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดนําไปเปรียบเทียบกับภาพในสตอรี่ไอจีของผู้เสียชีวิตรายนึงบนรถเมล์ปรากฏว่าถ่ายติดขาของชายรายนึงแต่งกายที่คล้ายกัน กับ นายเสริมลาภ ทั้งรองเท้า การพับขากางเกงและกระเป๋า จึงสันนิษฐานว่าเป็น นายเสริมลาภ อย่างแน่นอน

ต่อมาได้ทําการสืบค้นประวัติของ นายเสริมลาภ พบว่า พ่อ แม่ และน้องชาย เสียชีวิตแล้ว ปัจจุบันอยู่เพียงคนเดียวจึงประสานต่อไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตํารวจ ว่าหากไม่มีญาติจะสามารถทําอย่างไรได้บ้าง ซึ่งทางนิติเวชฯ แนะนําว่าให้หาวัตถุพยานมาตรวจ อาทิ เสื้อผ้า หวี หรือมีดโกนหนวด

จากนั้นได้ประสานต่อไปยังพิสูจน์หลักฐาน สภ. สภ.รัตนาธิเบศร์ แพทย์นิติเวชฯ และเพื่อนร่วมงานไปค้นหาพยานหลักฐานภายในบ้านของ นายเสริมลาภ ซึ่งได้ทั้งเล็บ เสื่อผ้า และของใช้ส่วนตัว ซึ่งระหว่างนั้นมีญาติฝั่งแม่ติดต่อเข้ามาแต่เมื่อไล่สายเลือดแล้วปรากฏว่าไม่สามารถนําไปใช้ตรวจ DNA ได้ เนื่องจากต้องใช้สายเลือดฝั่งพ่อและต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น จึงได้ไล่สายเลือดไปว่าญาติฝั่งพ่อของ นายเสริมลาภ ยังมีใครที่มีชีวิตอยู่บ้าง ปรากฏว่าไปเจอ นายหลง และ นายไพรัตน์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง จึงติดต่อไปหาลูกชายของนายหลงปรากฏว่านายหลงเป็นโรคหัวใจไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงติดต่อไปยังนายไพรัตน์ ซึ่งทีแรกเจ้าตัวปฏิเสธไม่ยอมมาโดยบอกว่าไม่รู้จัก นายเสริมลาภ หากตรวจแล้วเกรงว่าจะยืนยันตัวไม่ได้รวมถึงกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ระบุว่า ตนเองพยายามขอร้องให้นายไพรัตน์มาตรวจ DNA โดยจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด จนสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเจ้าตัวยินยอมเดินทางมาตรวจ DNA ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตํารวจ จนกระทั่งล่าสุดผลตรวจออกมายืนยันแล้วว่าผู้เสียชีวิตรายที่ 8 คือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่สามารถไล่ตรวจพิสูจน์หาญาติจนเจอ

เบื้องต้นทางญาติจะเดินทางมาดําเนินการเรื่องเอกสารภายในวันพรุ่งนี้เพื่อนําร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งนี้ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ระบุเพิ่มว่า ตนเองได้ตรวจสอบเพิ่มพบว่า อัฐิของแม่และน้องชาย ของนายเสริมลาภ อยู่ที่วัดชมภูเวก ย่านสนามบินนํ้า จ.นนทบุรี จึงแนะนําว่าให้นําไปเก็บไว้ที่เดียวกัน