ตำรวจ เผย คนขับรถไฟ ชำนาญทาง กว่า 3 ปี ส่วนช่างเครื่อง อายุงาน 14 วัน กล้องวงจรปิดจับภาพยันชัด ทั้งสองคนอยู่ในห้องควบคุมตลอด ชุดสืบสวนเตรียมขึ้นรถไฟจำลองทิวทัศน์พรุ่งนี้ พร้อมเร่งตรวจสอบย้อนหลังใครจอดรถคร่อมรางรถไฟ

วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ สน.มักกะสัน พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยความคืบหน้าหลังประชุมคดีรถไฟชนรถเมล์ในช่วงเย็น เป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ว่า วันนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 28 ปาก โดยเฉพาะการสอบปากคำผู้บาดเจ็บ 19 ราย ยังเหลืออีก 6 ราย ที่ยังอยู่ในอาการสาหัส ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ตอนนี้ได้พิสูจน์ DNA แล้ว 7 ราย ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 ราย อีก 1 ราย ทราบว่ามีพ่อจากจังหวัดเชียงใหม่ กำลังเปรียบเทียบ DNA ส่วนอีกหนึ่งรายยังไม่สามารถตามหาญาติได้
สำหรับประเด็นการสอบพนักงานรักษารถที่ดูแลตู้สินค้า ให้การอ้างว่า ตนนั่งอยู่ในแคปที่ 2 ซึ่งอยู่ด้านหลังของห้องควบคุม จึงไม่ทราบรายละเอียด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เกิดอุบัติเหตุและเห็นเพลิงลุกไหม้ จึงรีบวิ่งลงจากรถทันที
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ หัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิค ด้านการลากเลื่อน และเจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาของคนขับรถไฟและช่างเครื่อง ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยยืนยันว่าคนขับรถไฟมีประสบการณ์ ขับในเส้นทางนี้มาแล้ว 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566 ส่วนช่างเครื่อง เพิ่งมาทำงาน เพียงแค่ 14 วัน และขึ้นขบวนรถคันดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ในส่วนการสอบเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ยืนยันว่าอุปกรณ์การให้สัญญาณไม่ได้ขัดข้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ
ทางฝ่ายสืบสวนได้เข้าไปเก็บกล้อง 3 ซุ้ม โดยซุ้มที่อยู่ก่อนจุดเกิดเหตุพบว่าคนขับรถไฟและช่างเครื่อง ยังปฏิบัติงานอยู่ในห้องควบคุมตามปกติ ซึ่งการจำลองสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ฝ่ายสืบสวนจะดูเรื่องสัญญาณการโบกธงโดยสงวนสิทธิ์ที่จะให้ผู้สื่อข่าวขึ้นไปเฝ้าติดตาม เนื่องจากสถานที่มีความคับแคบ เกรงว่าจะได้รับอันตรายโดยในวันนี้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้มีการจับผู้ฝ่าฝืนที่จอดรถในจุดห้ามหยุดในพื้นที่จุดตัดรางรถไฟแล้ว 32 ราย จ่ายค่าปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ส่วนอีก 27 ราย ยังไม่ได้มาจ่ายค่าปรับ
อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานฝ่ายสืบสวน ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ว่าก่อนเกิดเหตุมีรถคันใดบ้างที่ไปจอดคร่อมรางรถไฟ เพื่อพิสูจน์ทราบผู้ครอบครองรถ ก่อนจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร บ. จราจรทางบก ต่อไป

