ตร.เตรียมจำลองเหตุการณ์พรุ่งนี้ คลี่ปมรถไฟชนรถเมล์ สอบแล้ว 28 ปาก พบคนขับมีประสบการณ์วิ่งเส้นทาง 58 ครั้ง

127

รอง ผบก.น.1 เผยคดีรถไฟชนรถเมล์สอบปากคำแล้ว 28 ปาก ทั้งผู้บาดเจ็บ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และพนักงานการรถไฟ ยืนยันระบบไฟ-ไม้กั้นทํางานปกติ ด้านผู้บังคับบัญชา ระบุ คนขับมีความชํานาญเส้นทางกว่า 3 ปี ส่วนช่างเครื่องเพิ่งทํางานได้เพียง 14 วัน ขณะที่ภาพวงจรปิดยืนยันคนขับและช่างเครื่องอยู่ในห้องควบคุมก่อนเกิดเหตุ เตรียมจำลองเหตุการณ์จริงพรุ่งนี้

พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์หลังการประชุม ว่า วันนี้สอบปากคําผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว 28 ปาก แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 9 ปาก และสอบภายในโรงพยาบาลอีก 10 ราย จากผู้บาดเจ็บทั้งหมด 16 ราย ยังมีอาการโคม่า 4 ราย กลับบ้านแล้ว 1 ราย และอีก 1 รายจะเดินทางมาให้ปากคำวันพรุ่งนี้ โดยจะเป็นการสอบสวนในประเด็นภาพรวมวันเกิดเหตุและการเดินทาง

ส่วนการสอบปากคําครอบครัวผู้เสียชีวิต ล่าสุดพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 7 ราย ยืนยันตัวบุคคลได้ 6 ราย อีก 1 ราย เก็บตัวอย่าง DNA จากจังหวัดเชียงใหม่ ส่งให้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจเปรียบเทียบ ขณะที่อีก 1 รายที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้

ด้านการสอบสวนพนักงานการรถไฟวันนี้ตํารวจได้ทําการสอบปากคําผู้ทำหน้าที่รักษารถและดูแลตู้สินค้า ซึ่งมีหน้าที่ที่ไม่สามารถควบคุมรถไฟได้ โดยให้การว่าวันเกิดเหตุอยู่บริเวณท้ายขบวน ไม่ได้เห็นพฤติกรรมการขับขี่โดยละเอียด จึงไม่สามารถระบุเรื่องความเร็วได้ บอกเพียงว่านั่งมาเรื่อย ๆ และมารู้ตัวอีกครั้งตอนเกิดการชนแล้วเมื่อเห็นไฟลุกจึงเข้าช่วยดับไฟ

นอกจากนี้ ยังสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินรถไฟ ได้แก่ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ และหัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของคนขับรถไฟและช่างเครื่อง โดยยืนยันว่าคนขับรถไฟมีประสบการณ์ขับเส้นทางนี้จํานวน 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566-2569 รวม 3 ปี ถือว่ามีความชำนาญพอสมควร ส่วนช่างเครื่องเพิ่งเข้าทำงานได้ 14 วัน และขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนขบวนเป็นครั้งที่ 2

ขณะเดียวกัน ได้สอบปากคําหัวหน้าแผนกทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกับสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ รวมถึงสอบเจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งตำรวจระบุว่าได้ข้อมูลสำคัญ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อีกหนึ่งปากสำคัญคือเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ยืนยันว่า ระบบไฟ สัญญาณเสียง ไม้กั้น และอุปกรณ์ต่างๆสามารถใช้งานได้ตามปกติไม่ขัดข้อง

นอกจากนี้ฝ่ายสืบสวนยังได้ข้อมูลสำคัญจากกล้องวงจรปิด 3 ซุ้ม ยืนยันได้ว่าคนขับรถไฟและช่างเครื่องอยู่ภายในห้องควบคุมก่อนเกิดเหตุจริง โดยพบภาพจากบริเวณซุ้มพระราม 9 ตัดถนนเพชรอุทัย ต่อเนื่องซุ้มอโศก-ดินแดง จนถึงก่อนจุดเกิดเหตุ ทั้งคู่ยังอยู่ในห้องควบคุมตลอด โดยในวันพรุ่งนี้พนักงานสอบสวนจะมีการจำลองเหตุการณ์ เพื่อทดสอบว่าคําให้การของคนขับรถไฟและช่างเครื่องมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยจะมีการขึ้นขบวนรถไฟและเดินรถตามเส้นทางจริงเพื่อตรวจสอบสัญญาณและการโบกธงในจุดเกิดเหตุ

ส่วนมาตรการด้านการจราจร วันนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จัดกำลังอำนวยความสะดวกทุกจุดตัดทางรถไฟ พร้อมจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้ 32 ราย ปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ที่เหลืออยู่ระหว่างออกใบสั่ง ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลร่วมกับฝ่ายสืบสวนแล้ว

สำหรับรถโดยสารประจำทางมีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บบางส่วนแล้ว ส่วนคนขับรถเมล์ถูกสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เกรงกระทบต่อรูปคดี หลังอาการดีขึ้นจะนำตัวส่งศาลตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนประเด็นสารเสพติดภายของคนขับรถไฟทางตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่าแหล่งที่มามาจากที่ใด ขณะที่ผลตรวจของช่างเครื่องไม่พบสารเสพติดหลังส่งตรวจเมื่อวานนี้ เมื่อถูกถามว่าจะขยายผลไปถึงผู้บังคับบัญชาในการกำกับดูแลพนักงานหรือไม่ ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ แต่ต้องรอให้ขั้นตอนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาในการปิดสำนวนคดีจะทันภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ พ.ต.อ.กัมพล ยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ทุกอย่างต้องรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย