นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ พร้อมประกาศเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว ปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย และปกป้อง “อธิปไตยทางเศรษฐกิจ” ของประเทศอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มายืนอยู่บนเกาะที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้วยความห่วงใย และเพื่อแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจที่ไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งทำให้คนไทยสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจ
“ทุกท่านคงทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยความงดงาม ความมีชีวิตชีวา และเสน่ห์ของเกาะพะงัน ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวและบริการจำนวนมาก บางส่วนเข้ามาอย่างถูกต้อง แต่บางส่วนอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือเป็นนอมินีบังหน้า จนเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และทำให้พี่น้องคนไทยเสียโอกาสในการทำมาหากิน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอนุทิน ย้ำว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้สำคัญของประเทศ แต่รัฐบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนเทา ทุนดำ เครือข่ายนอมินี หรือขบวนการที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย เบียดเบียนอาชีพคนไทย หรือทำธุรกิจผิดกฎหมาย
“เกาะพะงันยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ต้อนรับนักธุรกิจผิดกฎหมาย นอมินี และทุนเทา” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พร้อมระบุว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบอย่างจริงจัง และขยายการสแกนพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเกาะพะงัน สมุย หรือภูเก็ต เพราะปัญหานอมินีและทุนเทากำลังแทรกซึมเข้าไปในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะใช้เกาะพะงันเป็นโมเดลต้นแบบในการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายทั่วประเทศ โดยจะมีการใช้ทั้งกำลังคน เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมและโปรไฟล์ธุรกิจที่ผิดปกติ
“เราต้องรู้ว่าใครคือเจ้าของธุรกิจตัวจริง ใครมีพฤติกรรมผิดปกติ และใครกำลังใช้คนไทยเป็นนอมินี” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอนุทิน ยังย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง DSI ปปง. กรมที่ดิน ตำรวจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ภายใต้แนวคิด “Team Thailand”
“ทุกองคาพยพของรัฐ กำลังร่วมกันทำให้กฎหมายไทยศักดิ์สิทธิ์ ด้วยอำนาจทางกฎหมาย กำลังคน และเทคโนโลยี พวกเราคือ Team Thailand ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือปกป้องทรัพยากรและผลประโยชน์ของคนไทย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบการกระทำผิด หรือพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือให้การช่วยเหลือขบวนการผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมายังรัฐบาล โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งทางวินัย อาญา และทางปกครองอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องการให้เกาะพะงันเติบโตอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยไม่มีแนวคิดผลักดันโรงงานอุตสาหกรรมหนักเข้ามาในพื้นที่
“ผมไม่ให้ใครมาสร้างโรงงานที่นี่แน่นอน เกาะพะงันต้องเติบโตบนฐานของความสมดุล ไม่ใช่การทำลายธรรมชาติ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาสาธารณูปโภค แหล่งน้ำ ระบบไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริต พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งมาตรการด้านเศรษฐกิจและการจัดระเบียบธุรกิจผิดกฎหมาย
“วันนี้อาจมาด้วยเรื่องเครียดนิดหน่อย แต่ผมสัญญาว่าจะกลับมาอีกแน่นอน ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีไว้ เพื่อให้เกาะพะงันยังคงเป็นมรดกที่มีคุณค่า ส่งต่อถึงรุ่นลูกหลานต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

