“เอกนิติ” โต้ฝ่ายค้าน ยัน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านไม่ขัด รธน. ลั่นจำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตพลังงาน

98

“เอกนิติ” ยัน ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หลังฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.ตีความ ย้ำเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ชี้ช่วยระยะสั้น แต่ได้ผลยาว รับเงินเฟ้ออาจแตะ 4-5 % ส่วน “ไทยช่วยไทย พลัส” ต้องมี คกก.กลั่นกรองก่อน เข้า ครม.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออกพกอกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า วันนี้ที่รัฐบาลดำเนินการ เพราะต้องการช่วยประชาชน ซึ่งจะมีวิกฤติมาอีกหลายระลอก และยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อม อีกทั้งการประชุมอาเซียน ออกมาบอกว่า ประเทศไทยก็พึ่งพาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ที่นำเข้าจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ เพราะต้นเหตุของวิกฤตคือมาจากเรื่องเริ่มจากสงคราม พลังงาน จนทำให้เกิดวิกฤตต้นทุน เห็นได้จากเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.9 % และคิดว่าจะหนักมากขึ้น และเกิดวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งทำให้กำลังซื้อระลอกต่อไปตก และส่งผลไปถึงธุรกิจ SME หากเราปล่อยไปแบบนี้ จะเกิดการตกงาน ปัญหาสภาพคล่อง ธุรกิจขาดทุน ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของเศรษฐกิจ แม้การแก้ปัญหาครั้งนี้จะเป็นระยะสั้น แต่ได้ผลยาว ซึ่งต้องแยกผลระหว่างความจำเป็นเร่งด่วน กับผลในระยะยาว


พร้อมย้ำว่าขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการ เรายังต้องพึ่งพาน้ำมันและพลังงาน ดังนั้นการออก พ.ร.ก. ดังกล่าว เพราะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประชาชน

ส่วนกลางที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาล หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า วันนี้คิดว่าต้องเดินหน้า แต่ก็เข้าใจการออกพระราชกำหนดทุกครั้ง ฝ่ายค้านก็ตามหน้าที่ วันนี้เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งการออกพระราชกำหนดดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน แต่ไม่สามารถไปใส่ชื่อโครงการก่อนได้

นายเอกนิติ ยังยืนยันอีกว่า การออกพระราชกำหนดดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะวิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต และการที่มูดี้ส์ชื่นชมประเทศไทย ที่มีเสถียรภาพด้านการต่างประเทศ มองว่าเป็นคนละประเด็นกัน

พร้อมกันนี้ นายเอกนิติยังกล่าวถึง เรื่องเงินเฟ้อ ยอมรับว่าปัญหาเงินเฟ้อ จากเดิม 2.9 % อาจจะเพิ่มเป็น 4-5 % หากดูไส้ในของเงินเฟ้อ เรื่องต้นทุน ค่าอาหาร วันนี้ขึ้นมาเกือบ 10 % ซึ่งได้คุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด ถึงการออกนโยบายต่าง ๆ ออกมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน

นายเอกนิติ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ว่าจะเริ่มได้ทันที หรือต้องรอเข้าสภาฯ ว่า วันนี้ตามขั้นตอนต้องออกระเบียบเงินกู้ คิดว่าทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส นายเอกนิติ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการทำระเบียบของการกู้เงิน และการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง จากนั้นจะให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ผ่าน 5 หลักการ คือ การมุ่งเป้า / ให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน /การปฏิรูปทรานฟอร์ม / ความโปร่งใส ซึ่งตนเองเน้นย้ำเกณฑ์ในการกลั่นกรองต้องเปิดเผยทั้งหมด สุดท้าย คือ การทำงานร่วมกัน โดยนำเอกชนมาร่วมด้วย

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ย้ำว่า จะต้องทำระเบียบให้เสร็จสิ้นก่อน ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป