“ธนกฤต” พาหญิงสาวถูกสามีทำร้ายได้รับบาดเจ็บ แถมลูกชายยังถูกทำร้ายด้วย ตอนนี้ลูกอยู่ในความดูแลของพ่อ ร้องหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ พาลูกกลับสู่อ้อมกอดอีกครั้ง และคุ้มครองด้านความปลอดภัย
วันนี้ (11 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.17 น. ที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นางสาวนัน อายุ 29 ปี เป็นชาวจังหวัดพะเยา ได้เดินทางเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจาด พม. หลังถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ใช้อาวุธมีดแทงทั่วร่างกาย 27 แผล ต้องเย็บมากกว่า 100 เข็ม โดยพยายามแทงเข้าที่เบ้าตา แทงบริเวณลำคอ และตามร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งปอดแตก เยื่อหุ้มสมองฉีก และกระดูกบริเวณเบ้าตาแตก นอกจากนี้ ลูกชาย 2 ขวบครึ่ง ยังถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดเช่นกัน เพราะตอนที่ตนโดนทำร้าย อุ้มลูกอยู่ด้วย ลูกชายจึงถูกลูกหลงไปด้วย ทำให้ผู้เป็นแม่กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกอย่างมาก
แม้ฝ่ายสามีจะถูกตำรวจจับกุมหลังเกิดเหตุ แต่ต่อมาได้รับการประกันตัว และขณะนี้ลูกชาย ยังอยู่ในการดูแลของพ่อ ทำให้แม่ต้องการขอรับลูกกลับมาอยู่ด้วย เพื่อความปลอดภัยและสภาพจิตใจของเด็ก
โดยผู้เสียหายได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยัง
“กัน จอมพลัง” ก่อนจะประสานให้ นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พาผู้เสียหายมาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และหาทางนำลูกกลับมาอยู่ในความดูแลของแม่อีกครั้ง และเร่งหาทางออกให้กับครอบครัวโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ นางนัฏญา วรชินา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ทราบที่อยู่ของฝ่ายชายแล้ว และจะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้พร้อมบังคับใช้ พรบ. คุ้มครองเด็ก เพื่อพาเด็กออกมาจากพ่อ ก่อนจะใช้พรบ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง
นางสาวนัน อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า เหตุการณ์ที่ตนเองถูกทำร้ายร่างกายนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา หลังเดินทางกลับจากขายของที่ตลาดกาดหลวงเชียงใหม่ ไปยังบ้านเช่าในพื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเวลาประมาณ 17:00 น. โดยวันดังกล่าวสามีไม่ได้ไปช่วยขายของ แต่พาลูกชายวัย 2 ขวบกว่าออกไปเที่ยว ซึ่งเมื่อลูกกลับมาถึงก็บอกว่าพ่อกินเบียร์ไปหลายกระป๋อง
ต่อมาสามีได้เข้ามาถามว่าวันนี้ขายของได้หรือไม่ ตนเองจึงตอบว่าขายไม่ค่อยดี ก่อนที่สามีจะเริ่มจี้ถามซ้ำ ว่า “ไปทำอะไรมาหรือเปล่า ถึงขายของไม่ดี” จนเกิดปากเสียงกัน ตนจึงบอกกลับไปว่า “เมาก็เข้าไปนอน ไม่ขอคุยด้วย รอหายเมาแล้วค่อยคุยกัน”
จากนั้นสามีเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะออกมาพร้อมอาวุธ โดยตนเองสังเกตเห็นว่ามีทั้งกรรไกรและมีดซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง จึงรีบอุ้มลูกวิ่งหนีออกไปหน้าบ้านประมาณ 10 เมตร แต่สามีก็วิ่งตามมาทัน พร้อมถือมีดข่มขู่ว่า “ถ้าไม่กลับเข้าบ้านจะตาย” ตอนแรกตนคิดว่าแค่ขู่ เพราะมีญาติพี่น้องอยู่บริเวณนั้นด้วย
แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินไปหาญาติ สามีกลับใช้กรรไกรแทงตนเอง ญาติที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะโกนห้ามและพยายามเข้ามาช่วยจนกรรไกรตกลงพื้น แต่หลังจากนั้นสามีก็หยิบมีดออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วแทงเข้ามาอีก จังหวะนั้นมีดพลาดไปโดนลูกชายวัย 2 ขวบที่ตนกำลังอุ้มอยู่ ตนจึงรีบวางลูกลงกับพื้นหวังให้สามีหยุด แต่สามียังไม่หยุดและกระหน่ำแทงซ้ำ จนพี่สาวของตนเข้ามาอุ้มลูกหนีออกไปได้
หลังเข้ารักษาตัว แพทย์แจ้งว่าปลายมีดเฉียดดวงตาซ้ายจนเบ้าตาแตก หากอาการมองเห็นไม่ดีขึ้นอาจต้องผ่าตัดดวงตาเพิ่มเติม นอกจากนี้กระดูกอ่อนบริเวณจมูกยังแตก ใบหน้าด้านซ้ายมีอาการชา และมีบาดแผลทั่วร่างกายรวม 27 แผล ค่ารักษาพยาบาลรวมประมาณ 400,000 บาท โดยสามีช่วยออกเพียง 100,000 บาท
นางสาวนัน ยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุสามีได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว และปัจจุบันลูกชายวัย 2 ขวบกว่ายังอยู่กับฝ่ายสามี ทำให้ตนรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกอย่างมาก พร้อมยืนยันว่าจะไม่กลับไปคืนดีกับสามีอีก และต้องการขอดูแลลูกด้วยตัวเองต่อไป

