นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงกรณี จากกรณี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงผลการสอบสวน น.อ.มนตรี โตประเสริฐ นายทหารสังกัด กอ.รมน. ที่ให้ยืมรถราชการ สุดท้ายพบว่าเอาไปก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในการแถลงข่าว ช่วงหนึ่งถูกสื่อถามความเห็นความเกี่ยวข้องของ กอ.รมน.กับการดำเนินการกับผู้เห็นต่าง พล.ท.นรธิป ตอบว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ประโยคดังกล่าวทำให้ถูกสังคมตั้งคำถามถึงเจตนาที่เอ่ยคำว่า “ไม่ปล่อยให้รอด”
นายเชตวัน โพสต์ระบุว่า ไม่คาดคิดจริง ๆ กับคำว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งจะพูดส่วนตัวหรือพูดแถลงข่าวก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลย ยิ่งทำให้ความไว้วางของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐที่พวกเราอนุญาตให้ถืออาวุธเพื่อคอยดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้ ลดน้อยลงไป และก็ชวนให้หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า ถ้ากระทำในนามของหน่วยงานนั้น คนมือเปล่าอย่างพวกเราจะไม่มีทางรอด.แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว ท่านกำลังทำให้หน่วยงานที่ประชาชนรู้สึกว่าเข้าไปยุ่มย่ามกับกิจการประชาชนตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั้น สามารถที่จะจัดการกับประชาชนได้อย่างง่ายได้
ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนเรื่องการขยายบทบาทของกองทัพในสังคม ผ่านองค์กรอย่าง กอ.รมน. ที่ทำให้ทหารเข้าไปมีบทบาทในเรื่องต่างๆ ที่รัฐราชการไทยมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ใช่บทบาทของทหารซึ่งมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ป้องกันประเทศ
อะไรคือภารกิจในเชิงการทหารของ กอ.รมน. ถ้าบอกว่าการจำแลงแปลงกายแบบนี้ทำให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น คำถามคือ แล้วนี่เป็นการขยายบทบาทของกองทัพหรือไม่ ? หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้าเป็นภารกิจที่ กอ.รมน. มีโครงการเข้าไปดำเนินการด้วย ใครจะฟังใคร?
พูดกันมานานครับเรื่องของการปฏิรูป กอ.รมน. ทั้งในเรื่องของบทบาท ภารกิจ งบประมาณ และบุคลากร แต่ไม่แน่ว่าถึงนาทีนี้ คำถามของสังคมอาจเป็นว่า ”กอ.รมน.“ ยังจำเป็นต้องอยู่มั้ย

