หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมปิ้งไอเดีย ! นายกเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง ร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์ให้ความรู้ถึงพิษภัยของอาชญากรรมออนไลน์

ปิ้งไอเดีย ! นายกเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง ร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์ให้ความรู้ถึงพิษภัยของอาชญากรรมออนไลน์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 69 ที่ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง ถ.บางม่วง-บางคูลัด อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ชัชปัณฑ กาณฑ์ คล้ายคลึง (หรือรองแจ้) รองผู้บัญชาการ สอท. เป็นประธานบรรยายพิเศษให้ความรู้กับผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่เทศบาล เมืองบ้านบางม่วง ตามโครงการ “อบรม รู้เท่าทันมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล ” รุ่น 1 ซึ่งจัดขึ้นเป็นแห่งเดียวและแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรี โดยมี นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมแย้ม (นายกเก่ง) นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง นางศศิประภา ดีรอด รองนายกเทศมนตรี พร้อมผู้เข้ารับการอบรมกว่า 100 คน ให้การต้อนรับ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเปิดอบรมให้ความรู้เพื่อเป็นการป้องกันภัยไซเบอร์ ที่มีการใช้อุบายแยบยล เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

พล.ต.ต.ชัชปัณฑ กาณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้เราจะเน้นแต่ในด้านการปราบปรามอย่างเดียวคงไม่ได้ เราต้องไม่ลืมว่าเราต้องป้องกันและฉีดวัคซีนเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ ที่มีประชาชนได้รับความเสียหายไปแล้ว 1 ล้านกว่าคนใน 4 ปี เสียหายไปแล้วทั้งสิ้นกว่าหนึ่งแสนล้านบาท เรื่องนี้เป็นนโยบายท่าน ผบ.ตร. ที่เรานิ่งเฉยไม่ได้ ก่อนอื่นต้องขอบคุณเทศบาลเมืองบ้านบางม่วงที่จัดโครงการดี ๆ แบบนี้ เพราะมีประโยชน์กับประชาชนมาก ปัจจุบันภัยจากโลกไซเบอร์มีสารพัดรูปแบบ เรื่องง่าย ๆ เช่น เมื่อได้เงินไปแล้วก็วางสาย โทรกลับแล้วไม่ติด สายไม่ว่าง อันนี้คือซิมบ๊อก ด้านการประชาสัมพันธ์เรายังน้อย การจัดโครงการแบบนี้ถือเป็นการฉีดวัคซีนให้กับผู้นำชุมชนคนสูงอายุและประชาชนทั่วไป อยากให้หลาย ๆ ที่ในเขตเทศบาลทำแบบนี้ อาชญากรรมออนไลน์มันก้าวกระโดดถ้าไม่ให้ความรู้กับประชาชนยิ่งไปกันใหญ่ ตำรวจเราสามารถเช็คเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัญชี เช็คยูแอล เราสามารถเช็คได้ทุกคน สื่อมวลชนต้องช่วยกัน ถ้าเรานิ่งเฉย ๆ ประชาชนเสียหายแน่ ทุกวันนี้เสียหายวันละ 70 ล้านบาท เราอยากให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ ถ้าท่านมีปัญหาถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ก่อนอื่นโทรด่วนเลย 1441 ก่อนวิ่งไปโรงพัก ไปธนาคาร เพราะที่ 1441 เปรียบเสมือน One Stop Service ตอนนี้เราเปิดศูนย์แอนตี้ไซเบอร์สแกมเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์ที่เปิดมาแล้ว 7 เดือน เราสามารถคืนเงินกว่า 500 ล้านบาท สื่ออาจจะไม่ทราบและไม่ได้ออกข่าว

ที่นี่เรามี กสทช. AIS. Dtac นั่งอยู่ที่ศูนย์เลย คอยเช็คระบบ แต่ก่อนต้องรอคดีถึงที่สุดต้องแจ้งความก่อน แบบนี้เงินออกไป คริปโต ไปต่างประเทศหมดแล้ว จากที่ตำรวจเราเปิดศูนย์ เราสามารถคืนเงินให้ประชาชนไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท เราเช็คเสมอว่าถ้าเป็นบัญชีสุจริต เราก็ต้องรีบปลดให้เร็ว ไม่งั้น เงิน 500 กว่าล้านบาทคงไม่ได้คืนไว ต้องรอคดีถึงที่สุดเพราะศูนย์แห่งนี้จะทำให้ท่านได้เงินคืนเดี๋ยวนั้น ทั้ง ๆ ที่บางทีผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความเลยด้วยซ้ำ เราจะแจ้งว่าให้ทราบว่าอย่าเพิ่งโอน ที่กำลังโอนคือบัญชีม้า ตำรวจเราจะเห็นกล้อง บางทีผู้เสียหายยังไม่แจ้งความเลยด้วยซ้ำ แต่ตำรวจเราเห็นกล้องก่อน เพราะเรามีธนาคารให้ความร่วมมือนั่งอยู่กับเราด้วยเรามี AI มีกล้องดักจับ ทำให้คนที่จะถูกหลอกได้รับความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้คำนึงถึง 3 สิ่งหลักที่ต้องท่องให้ได้ขึ้นใจ นั่นคือ 1. ไม่เชื่อ 2. ไม่รีบ 3. ไม่โอน แล้วทุกคนจะปลอดภัยจาก มิจฉาชีพอย่างแน่นอน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img