หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมพลเมืองดี แฉวีรกรรม "พระครู-พระมหา" ลวงสามเณรขืนใจ-อนาจาร แลกเล่นเกม-เงิน

พลเมืองดี แฉวีรกรรม “พระครู-พระมหา” ลวงสามเณรขืนใจ-อนาจาร แลกเล่นเกม-เงิน

จากกรณี ปคม. บุกวัดดังย่านเจริญกรุง รวบ “พระครู-พระมหา” ลวงสามเณรขืนใจ-อนาจาร แลกเล่นเกม-เงิน 500 บาท พบแอบถ่ายคลิปเก็บไว้กว่า 100 คลิป ตรวจกุฏิเจอทั้งเหล้า ถุงยาง และอุปกรณ์พนัน นั้น

ทีมข่าวลงพื้นที่วัดดังกล่าวยังได้พูดคุยกับพลเมืองดีรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนประสานเรื่องไปยังมูลนิธิปวีณาฯ โดยเจ้าตัวเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากสามเณรรายหนึ่งที่เป็นผู้เสียหาย นำคลิปวิดีโอบางส่วนมาให้ตนดู พอเห็นว่าในคลิปมีทั้งภาพและเสียงชัดเจน ระบุได้ว่าเป็นใคร ตนจึงพาเณรไปติดต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลทันที

หลังจากนั้นยังมีข้อมูลเพิ่มว่า ในโทรศัพท์ของพระต้าที่ถูก จับ พบคลิปกว่า 500 คลิป เป็นคลิปเกี่ยวกับเณรในลักษณะเปลือยและการกระทำอนาจาร ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ทราบว่ามีมานานเกือบ 10 ปี และมีข่าว ลือมาตลอด แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหลักฐานชัดแบบนี้โดยกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุประมาณ 13-15ปี และวิธีการจะเริ่มจากเรียกเข้าไปนวด ก่อนจะค่อย ๆ ล่วงละเมิดมากขึ้น จนถึงขั้นให้ปรนนิบัติทางเพศ ตอนนี้เท่าที่ทราบ ผู้เสียหายที่รวบรวมมาได้มีประมาณ 17 คน แต่เชื่อว่าจริงๆ แล้วอาจมากกว่านั้นไม่ต่ำกว่า30ราว เพราะมีการเข้าออกบวช-สึกตลอดหลายคนไม่กล้าเล่า เพราะอาย แม้แต่ญาติ

ส่วนใหญ่จะเล่ากันในกลุ่มเณรเอง หรือไปบอกเณรที่ไว้ใจได้ก่อนที่เรื่องจะค่อย ๆ หลุดออกมาและที่ผ่านมา เคยมีเณรไปร้องเรียนกับพระฝ่ายปกครอง แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ กลับถูกบอกให้อดทนและอยู่ต่อจนภายหลังมีการขยายผลไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า พระบางส่วนในฝ่ายปกครองเองก็มีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันทำให้เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยคาดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องอาจมีมากกว่า 10 คน และมีการหลอกล่อเณรด้วยวิธีต่าง ๆ รวมถึงการข่มขู่ว่าอย่าให้เรื่องบานปลาย บางกรณีผู้ปกครองเคยเข้ามาทวงถาม แต่กลับถูกโต้กลับ ว่าไม่มีหลักฐาน ทำให้หลายคนเลือกเงียบ เพราะกลัว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่น ๆ ภายในวัด เช่น การแอบเปลี่ยนชุดออกไปเที่ยวข้างนอกหรือบางกรณีมีคนคอยช่วยเคลียร์ ไม่ให้เรื่องใหญ่ ทำให้คน ที่ทำผิดยิ่งไม่เกรงกลัวแหล่งข่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า ระบบภายในวัดอาจมีเรื่องของ “เส้นสาย” เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บางคนกล้าทำซ้ำ เพราะคิดว่าไม่มีใครทำอะไรได้ ยิ่งไปกว่านั้น พระตูนเคยพูดในลักษณะท้าทายว่า “ไม่มีใครทำอะไรกูได้” โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยและคุ้มครองอยู่ ซึ่งพระตูนยังได้ตำแหน่งเป็นพระครูตั้งแต่พรรษายังไม่ถึง ทำให้มองว่าระบบภายในวัดอาจมีเรื่องเส้นสายและการข้ามขั้นตอนอยู่พอสมควร โดยพฤติกรรมส่วนตัว พระตูนมีลักษณะออกสาวตั้งแต่สมัยเป็นเณร ส่วนพระอีกรูปไม่ได้แสดงออกชัด ทำให้หลายคนที่มาทราบภายหลังรู้สึกตกใจ

อีกทั้งยังมีข้อมูลอีกว่า ภายในกุฏิอีกจุดหนึ่ง มีพระพาสามเณรไปตรวจโรคติดต่อ ทั้ง HIV และฝีดาษลิง ก่อนจะมีการพูดกันภายในว่าเณรรูปดังกล่าวอาจติดเชื้อ แต่เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไร ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงสาเหตุการติดเชื้อ โดยมีเณรบางส่วนเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกล่อลวงในลักษณะเดียวกัน และมีการให้เงินหรือสิ่งตอบแทน

กระทั่งภายหลัง เมื่อเณรรูปดังกล่าวจะสึกออกไป กลับมีพระอีกรูปพยายามรั้งตัวไว้ โดยเสนอซื้อโทรศัพท์และของมีค่าให้ใช้ จนกลายเป็นที่พูดกันไปทั่วทั้งวัด และมีการแซวกันว่าเป็นความสัมพันธ์ลักษณะส่วนตัว

ทั้งนี้ พระรูปดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระตูนและพระต้า แต่เป็นอีกกุฏิหนึ่งภายในวัดเดียวกัน ทำให้แหล่งข่าวมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่แค่จุดเดียว แต่กระจายอยู่หลายจุดภายในวัด และเป็นเหตุผลที่ทำให้เณรหลายคนไม่กล้าไว้ใจใคร ก่อนจะตัดสินใจนำข้อมูลออกมาเปิดเผย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img