“อนุทิน” ชู อสม. มีบทบาทสำคัญดูแลคุณภาพชีวิต ปชช. มีส่วนทำ WHO ชื่นชมระบบสาธารณสุขไทย  เตรียมยกระดับให้เป็น “สมาร์ท อสม.”

715

รร.เอเชียแอร์พอร์ท ปทุมธานี, วันที่ 20 มีนาคม – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับ อสม. อีกครั้ง ตนก็เป็น อสม. ของ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เช่นกัน วันนี้ เป็นวัน อสม. แห่งชาติ ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสก็ตั้งใจมางานนี้ด้วยตนเอง เพราะถือว่า อสม. เป็น “นักรบชุดเทา” เหมือนกัน เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ร่วมกันดูแลสถานการณ์โควิดที่ต่อสู้ด้วยกันอย่างหนักหนาสาหัสร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้ดำรงตำแหน่ง รมว.สธ. ต้องถือว่ามีความผูกพันกัน

“ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีความเชื่อในความสำคัญของ อสม. มั่นใจว่านอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์แล้ว ยังมี อสม. ที่เป็นผู้ช่วยสำคัญที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยจะขาดไม่ได้ คือ อสม.ทุกคน”  นายกรัฐมนตรีกล่าว

นอกจากนี้นายอนุทินได้แสดงความยินดีกับ อสม. ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ได้ร่วมกันอุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน “ประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่ได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้ จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ ระบบประกันสุขภาพทั่วหน้าและการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศที่จะมีแบบเรา เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ”

นายอนุทินกล่าวว่า ด้วยบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม. ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็น “สมาร์ท อสม.” ที่มีของความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชนทุกหลังคาเรือนเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากนี้ อสม. จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เพราะการสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุดคือการมีสุขนิสัยที่ดี รู้ว่าเราควรกินอะไรที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียดไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว