“โผล่เข้ามอบตัวอีกราย ผู้ต้องหาคดีติดสินบน ป.ป.ช. รับทราบข้อหา ก่อนขอประกันตัวแสนห้า เผยเป็นคดีใหญ่แยก 2 สำนวน พัวพัน “รองโจ๊ก-พวก”

625


จากกรณีนายสรพงศ์ วงษ์สุวรรณ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนำทองคำไปติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน” ก่อนถูกปล่อยตัวภายหลังการสอบปากคำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา


ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายสุรสิทธิ์ แพเกิด หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ได้เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ ภายหลังทราบว่า นายสรพงศ์ ถูกออกหมายจับและได้เข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องหามาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและทำการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน” ก่อนควบคุมตัวสอบปากคำและจัดทำบันทึกการจับกุม​ ภายหลังการสอบสวน พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 105,000 บาท


รายงานข่าวระบุว่า คดีดังกล่าวถูกแยกออกเป็น 2 สำนวน โดยสำนวนแรกเป็นคดีของนายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งเรื่องไปยังรัฐสภา และส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนอีกสำนวนเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหารวม 5 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ, นายสรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


สำหรับพฤติการณ์ในคดี พบว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำไปส่งมอบให้นายเอกวิทย์ โดยมีนายสุรสิทธิ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษ เป็นผู้ประสานรับ-ส่ง บริเวณลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ กรุงเทพฯ ทำให้เชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นในการส่งมอบสินบนดังกล่าวไปด้วย