ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความมั่นคง โดยช่วงหนึ่งของการกล่าวเปิดงานได้กล่าวถึงความสำคัญของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญเนื่องในวาระครบรอบ 74 ปีของการก่อตั้งหน่วยงาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของหน่วยงาน เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนาน และมีอายุการดำเนินงานยาวนานกว่าหลายหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและพัฒนาระบบบัญชีของสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร
โดยร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน แม้บางช่วงจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็ยังมีผู้ที่เข้ามากำกับดูแลกระทรวงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านระบบบัญชีและการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการสหกรณ์
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวข้อของการสัมมนาในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ถึงปี 2569 แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งอธิบดีและปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่แนวทางการพัฒนาหน่วยงานยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและย้ำว่าบางครั้งหลายคนอาจมองว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่มีหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้กับเกษตรกรและองค์กรสหกรณ์
นอกจากนี้ร้อยเอกธรรมนัส สะท้อนถึงสถานการณ์ของเกษตรกรไทยในปัจจุบันว่า ประเทศไทยมีประชาชนที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรมากกว่า 30 ล้านคน และยังมีจำนวนไม่น้อยที่เผชิญกับปัญหาหนี้สิน ทั้งหนี้ในภาคการเกษตรและหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดวินัยทางการเงิน และการไม่ประเมินสมดุลระหว่างรายรับกับรายจ่ายอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกันร้อยเอกธรรมนัส เล่าถึงประสบการณ์การลงพื้นที่ตรวจราชการในหลายจังหวัด ซึ่งพบว่าหน่วยงานของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มักใช้สัญลักษณ์โอ่งบัญชีเพื่อสื่อถึงการบริหารจัดการรายรับรายจ่าย โดยเปรียบเทียบว่า รายรับเปรียบเสมือนทางเข้าทางเดียวของโอ่ง แต่รายจ่ายมีหลายช่องทาง หากขาดการบริหารจัดการที่ดี ก็จะนำไปสู่ปัญหาหนี้สินได้ง่าย
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เคยประกอบธุรกิจซึ่งมีรายได้เพียงบางช่องทาง แต่รายจ่ายกลับมีจำนวนมาก จึงตระหนักว่าการไม่มีวินัยทางการเงินสามารถนำไปสู่ปัญหาหนี้สินและส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวได้ ดังนั้น หากครอบครัวมีภาระหนี้สินจำนวนมาก ก็ยากที่จะมีความสุขได้ เนื่องจากรายรับและรายจ่ายไม่สมดุลกันซึ่ง หลังจากกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2566 ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในสถานะใด ไม่ว่าจะมีโอกาสกลับมาทำหน้าที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ หากยังมีโอกาสก็จะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่หากถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ก็อยากฝากถึงข้าราชการทุกคนให้ยึดมั่นในสิ่งสำคัญอยู่เสมอ นั่นคือการตระหนักว่าทุกคนเป็นข้าของแผ่นดิน โดยข้าราชการต้องสำนึกว่าหากไม่มีแผ่นดิน ไม่มีประชาชน และไม่มีพี่น้องเกษตรกร หน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องตระหนักว่าหน้าที่ของตนคือการทำงานเพื่อประชาชน และต้องทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้สมกับการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งตำแหน่งผู้บริหารทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วย ล้วนไม่จีรังยั่งยืน มีการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นถือเป็นครอบครัวเดียวกัน สถานที่ทำงานแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านของทุกคน จึงควรร่วมกันดูแลและรักษาองค์กรให้เข้มแข็ง
นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังบอกด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อมีรัฐบาลใหม่หรือผู้นำคนใหม่ นโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ต่อเนื่องบ้าง แต่ข้าราชการต้องมีหลักยึดในการทำงานของตนเอง และต้องรักษามาตรฐานการทำงานให้มีคุณภาพอยู่เสมอและอยากฝากถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกหน่วยงานว่า ทุกวันนี้ที่ทุกคนสามารถมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ ก็เพราะการทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ตั้งใจทำงานให้สมกับความรับผิดชอบ โดยใช้เวลาราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เวลาเริ่มงานจนถึงเวลาเลิกงาน รวมถึงช่วงเวลาพักกลางวัน เพื่อให้การทำงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกรและประเทศชาติ

