พม. หารือ UN WOMEN หนุนความเสมอภาคระหว่างเพศ-ขจัดการเลือกปฏิบัติ-ต่อต้านการค้ามนุษย์-พัฒนาผู้ประกอบการสตรี

124

สหรัฐอเมริกา, วันที่ 10 มีนาคม – นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมด้วยนางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะผู้แทนไทย ได้เข้าพบ Ms.Nyaradzayi Gumbonzvanda รองผู้อำนวยการบริหารด้านการสนับสนุนเชิงบรรทัดฐาน การประสานงานระบบสหประชาชาติ และผลลัพธ์โครงการ (Deputy Executive Director for Normative Support, UN System Coordination and Programme Results) และ Ms.Christine Arab ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกและผู้แทนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่องค์การ UN Women เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ณ สำนักงานองค์การเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN) สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

องค์การ UN Women ได้แสดงความขอบคุณกระทรวง พม. สำหรับบทบาทผู้นำและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (CSW) รวมถึงบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความเสมอภาคระหว่างเพศทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค อีกทั้งยังได้ชื่นชมความก้าวหน้าของประเทศไทยในการเสริมสร้างกรอบกฎหมายและนโยบายด้านความเสมอภาคระหว่างเพศนับว่าประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผู้นำและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระดับผู้นำอาเซียน

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมายที่ขับเคลื่อนความเสมอภาคระหว่างเพศ รวมถึงการขจัดการเลือกปฏิบัติ โดยมีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ ซึ่งมีสตรีเป็นคณะกรรมการในสัดส่วนที่สูง โดยคณะกรรมการนี้สามารถชี้ขาดหรือวินิจฉัยให้ความเป็นธรรมได้

ในขณะที่ นางจตุพร กล่าวว่า กระทรวง พม. ส่งเสริมและขยายผลด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ความเสมอภาคระหว่างเพศในหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ภูมิภาค 99 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งด้วยความร่วมมือกับ องค์การ UN Women ประเทศไทย จึงมีการประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (WPS) ฉบับแรกของประเทศ เมื่อปี 2568 เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการสร้างสันติภาพ ตลอดจนการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยคุกคามทางไซเบอร์

นอกจากนี้ องค์การ UN WOMEN มีความมุ่งมั่นในการทำงานเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง พม. ที่ดำเนินการตามกลไกและข้อเสนอของรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี (TIP Report) ทำให้เห็นพ้องเช่นเดียวกันว่าเป็นภัยสังคมที่ต้องการความร่วมมือกับทุกฝ่าย อีกทั้งในข้อสรุปของการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (CSW) สมัยที่ 70  ได้ให้ความสำคัญในด้านดิจิทัลและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

สำหรับโอกาสการพัฒนาความร่วมมือต่อไปนั้น ทางองค์การ UN WOMEN มีความสนใจประเด็นการขับเคลื่อนด้านสตรีกับเศรษฐกิจในภาคเอกชน และให้ข้อเสนอแนะถึงการมีคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างองค์การสหประชาชาติ (UN) กับภาคเอกชน ซึ่งกระทรวง พม. มีเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญและเข้มแข็งที่สามารถพัฒนาโอกาสความร่วมมือดังกล่าวได้ อาทิ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (AWEN) ซึ่งสามารถเข้ามาร่วมกันพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มประเทศอาเซียนในอนาคต