ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ของทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 25.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีแนวโน้มลดลง
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตหนองแขม วัดได้ 39.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ เขตทวีวัฒนา 36.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางรัก 34.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราชเทวี 32.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางพลัด 32.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 32.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ เช่น เขตประเวศ เขตบางคอแหลม เขตบางขุนเทียน เขตหลักสี่ เขตปทุมวัน และเขตสัมพันธวงศ์ มีค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 28.7–30.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 22.8–29.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับปานกลาง กรุงเทพตะวันออกอยู่ระหว่าง 19.9–30.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรุงเทพกลาง 19.3–32.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่กรุงเทพใต้ กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ อยู่ในระดับปานกลาง โดยกรุงธนใต้พบค่าสูงสุดที่ 39.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ด้านคำแนะนำด้านสุขภาพ ระบุว่า แม้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง แต่บางพื้นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

