หนุ่มไรเดอร์ร้องขอความเป็นธรรม หลังอ้างถูกดาบตำรวจสังกัดไซเบอร์ หลอกขายสินค้า-ยืมเงินหลายรูปแบบแต่ไม่ได้ของ แถมคดีแจ้งความกลับถูกระบุว่า “ตกลงกันได้” ทั้งที่ไม่เคยเจรจา สร้างความคลางแคลงใจ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่มูลนิธิเตรียมพาผู้เสียหายยื่นเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาโดยตรง ปมอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

วันที่ 9 มี.ค.69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี นายเหน่ง อาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นางชฎาพร พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังตนเองกับเพื่อนๆไรเดอร์กลุ่มที่รู้จักกัน กว่า 20 คน ถูกนายดาบตำรวจนายหนึ่ง สังกัดกลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.2 บช.สอท. บอกขายเสื้อแบบกีฬา ปักอักษรด้านหน้าเสื้อว่า “ไซเบอร์ โปลิศ” โดยเสนอขายตัวละ 250 บาท ตนเองได้สั่งซื้อ 3 ตัว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 68 ของปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้กลับไม่ได้เสื้อตามที่สั่งไป

นายเหน่ง เผยว่า วันนี้ที่ตนเดินทางมาร้องเรียนเพียงแค่คนเดียวเนื่องจากเพื่อนๆในกลุ่มเกรงกลัวอิทธิพลและไม่กล้ามาให้ข่าว แต่ฝากหลักฐานเอกสารต่างๆที่ถูกนายดาบตำรวจคนนี้ ฉ้อโกงมาให้ทาง มูลนิธิช่วยดำเนินการด้วย โดยมีบางคนถูกนายดาบตำรวจคนนี้ยืมเงินแล้วก็ไม่ใช้ บางรายสั่งซื้อปืนก็ไม่ได้ปืน เสียเงินไป 7 หมื่น รวมๆแล้วมีผู้เสียหายเกือบ 20 คน
ต่อมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 69 ในช่วงเช้าตนเองได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงที่ แต่ยังไม่ทันไรพอช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนกลับแจ้งมาที่ตนว่าคดีของตนทางตำรวจไซเบอร์ได้คีย์ข้อมูลส่งเข้ามาที่ สภ.สมุทรปราการแล้วว่าเป็นเหตุเข้าใจผิดตกลงกันได้ซึ่งตนรู้สึกงงเพราะยังไม่เคยมีการเจรจาหรือพูดคุยกับคู่กรณีเลย ตนจึงเดินทางไปแจ้งกับพนักงานสอบสวนในช่วงบ่ายว่าตนไม่รู้เรื่องอะไร ไม่เคยมีการเจรจาหรือตกลงพูดคุยกับคู่กรณีทั้งสิ้น
เรื่องที่เกิดขึ้นตนรู้สึกคลางแคลงใจมากเพราะเขาเป็นตำรวจ อีกทั้งยังอยู่แผนก สอบสวนมีความรู้เรื่องเทคโนโลยี ขนาดตนเองแจ้งความตอนเช้าตอนบ่ายกลับมีข้อความเข้ามาที่พนักงานสอบสวนท้องที่ บอกว่าเป็นเหตุเข้าใจผิดตกลงกันได้ตนจึงแปลกใจมาก และเกรงว่าคดีของตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องเดินทางมาร้องเรียนกับทางมูลนิธิเพื่อให้ช่วยเหลือ ในเรื่องคดี

ทางด้านนางชฎาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะคู่กรณีเป็นถึงนายตำรวจมีความรู้ด้านเทคโนโลยี กรณีนี้มีผู้เสียหายหลายสิบคน ตามกฎหมายแล้วอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนไม่ใช่ฉ้อโกงธรรมดา และจะมีโทษหนักกว่าโดยทางมูลนิธิจะพาผู้เสียหายไปร้องเรียนกับผู้บังคับการ สอท. 2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายตำรวจคนนี้
สำหรับนายดาบตำรวจคู่กรณีนายนี้ มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จัก เนื่องจากเคยเป็นนายตำรวจฮีโร่สยบหนุ่มคลั่ง ในปี 66 ขณะพาลูกเมียมาทานข้าวภายในเมืองทองธานีแล้วประสบเหตุจึงเข้าระงับเหตุควบคุมตัวชายหนุ่มที่คลั่งได้จนเป็นข่าวใหญ่โตและได้รับรางวัลจากผู้บังคับบัญชาในเวลาต่อมา

