ตำรวจต้องใส่ใจ มีไหวพริบ ปล่อยชาวบ้านตายคาโรงพัก”ผบช.-ผบก.”อย่าเฉย-ต้องกล้าลงแส้

152

สัปดาห์ที่แล้วไฟสงครามเริ่มปะทุและส่อยืดเยื้อขยายวง สร้างความเดือดร้อนให้ประชากรโลก รวมทั้งคนไทย ซึ่ง“ประดู่แดง”นำเสนอว่าในภาวะมีภัยสงคราม ตำรวจเป็นหน่วยงานรัฐเบอร์ต้นๆที่ชาวบ้านพึ่งพิงได้ แต่มาบัดนี้เริ่มเกิดอาการลังเลว่าพึ่งพิงได้จริงหรือ ?

                   
เนื่องจากปรากฏข่าวอย่างน้อยสองชิ้น ที่สื่อกระแสหลักและกระแสรองนำเสนอ แม้จะไม่หวือหวาถึงขั้นไวรัล แต่ก่อให้เกิดความไม่วางใจว่าตำรวจจะพึ่งพิงได้จริงในยามคับขัน
                 
ข่าวแรกนายธีระมิตร ขับรถกระบะเพื่อไปรับผลไม้ที่ จ.พิจิตร ระหว่างทางมีอาการผิดปกติ ขับรถเข้าจอดในปั๊มน้ำมันพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นลงจากรถแล้วล้มลงกับพื้น ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ตรวจสอบ ตำรวจมาถึงคุมตัวไปที่โรงพักบางปะหัน เพราะเข้าใจว่านายธีระมิตร มีอาการมึนเมา กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเห็นอาการผิดปกติ จึงนำส่งโรงพยาบาลบางปะหัน แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเลือดในสมองแตก
                 
ข่าวที่สอง น.ส.วริศรา อายุ 23 ปี พนักงานร้านอาหารย่านสุขุมวิท เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เพื่อกลับที่พักย่านลาดพร้าว ระหว่างทางเกิดฝนตกหนักถนนลื่นรถเสียล้มใกล้ซอยลาดพร้าว 48 หลังเกิดเหตุกู้ภัยเข้าช่วยเหลือแทนที่จะนำส่งโรงพยาบาลกลับนำไปส่งที่สน.พหลโยธิน เวลา 03.00 น.กระทั่งเวลาตีห้า น.ส.วริศรา เกิดอาการชัก ตำรวจประสานหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จ เสียชีวิตเวลาหกโมงเช้า เหตุเกิดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568
                 
รายละเอียดต่างๆไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าคดีหรือคำชี้แจงของตำรวจที่เกี่ยวข้องจะไม่ขอลงรายละเอียด แต่ทั้งสองกรณีพอสะท้อนถึงความหละหลวมและขาดการเอาใจใส่ของตำรวจระดับโรงพักได้เป็นอย่างดี จึงขอตั้งข้อสังเกตดังนี้
               

ข้อสังเกตแรก-เท่าที่จำได้หลัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)อย่างเป็นทางการ มอบนโยบายในหลายด้าน แต่มีอยู่ข้อหนึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ บอกว่า ผู้บังคับการหรือหัวหน้าโรงพัก ต้องเป็นอินฟูลเอนเซอร์ ถ้าตีความคงหมายถึงว่าทุกคดีไม่ต้องให้ผู้เสียหายไปร้องผ่านอินฟูลเอนเซอร์  แต่ดูเหมือนนโยบายนี้จะไร้ผลเพราะทั้งสองคดีที่ยกตัวอย่างมาล้วนแต่ร้องผ่านอินฟูลเอนเซอร์

         
ข้อสังเกตที่สอง –วลีที่ว่าบำบัดทุกข์ บำรุงสุข หรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของตำรวจทั้งสองโรงพักไม่มีอยู่จริง  ถ้ามีจริงคงไม่ปล่อยให้ตายคาโรงพักและไม่ปล่อยให้จนอาการโคม่า ถ้าใส่ใจเพียงแค่กู้ภัยมาสงต้องเอะใจแล้วต้องมีอาการบาดเจ็บไม่มากก็น้อยต้องให้กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที หรือกรณีมีอาการคล้ายคนเมาพอไปถึงน่าจะทราบได้ทันทีว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์หรือไม่ ถ้าใส่ใจจริงจะสังเกตไม่ยาก อย่างกรณีตำรวจตั้งด่านตรวจเมา แค่เปิดกระจกตำรวจรู้แล้วว่าดื่มมาหรือไม่ดื่มมา พอนำตัวโรงพักปล่อยให้นอนโดยไม่สนใจกระทั่งมีอาการชัก นำส่งโรงพยาบาลแต่สายไปแล้ว 
           
ข้อสังเกตที่สาม พออนุมานได้ว่าหัวหน้าโรงพักแทบจะไม่ใส่ใจทบทวนยุทธวิธีต่างๆที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนเลย แถมไม่ใส่ใจถึงความเดือดร้อนของผู้เสียหายเลย อย่าง สน.พหลโยธิน เหตุเกิดมากว่าหนึ่งปีแม่เหยื่อยังไม่รู้คำตอบเลยว่าลูกเสียชีวิตเพราะเหตุใด และลูกไม่ควรตายด้วยซ้ำ จนต้องร้องอินฟูลเอนเซอร์ หัวหน้าโรงพักถึงขยับตัว
         
ข้อสังเกตที่สี่ บงบอกว่าระบบโรงพักหย่อนยาน ขาดการกวดขันจากผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้บัญชา ผู้บังคับการ และหัวหน้าโรงพัก ถ้าไม่หย่อนยานเหตุตายและอาการโคม่าคงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  
         

ที่ยกตัวอย่างเหตุการณ์สองโรงพักมานำเสนอเพียงเพื่อสื่อสารไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (ผบก.น.1-9) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว.)ทุกจังหวัด และหัวหน้าโรงพักทั้งภูธรและนครบาล ว่าถึงเวลาที่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องหันมาใส่ใจการบริการหรือทำงานในระดับโรงพักได้แล้ว ไม่ใช่ต้องรอให้พวกอินฟูลเอ็นเซอร์มากระตุ้นถึงจะขยับ
         

ยิ่งในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังถูกภัยสงครามคุกคาม ชาวบ้านต้องเผชิญกับภัยสารพัด โรงพักจะเป็นหน่วยงานแรกที่ชาวบ้านต้องไปพึ่งพาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้ แต่ถ้าโรงพักส่วนใหญ่บุคลากรยังอยู่ในภาวะหย่อนยาน เพราะขาดการเอาใจใส่กวดขันจากผู้บังคับบัญชา วิกฤตศรัทธาคงจะวนกลับมาซ้ำเติมอีกคำรบหนึ่งอย่างแน่นอน 
 
ดังนั้นเพื่อให้องค์กรตำรวจเป็นพึ่งของประชาชนยามคับขัน นอกจาก ผบช. ผบก.และหัวหน้าโรงพัก ที่ต้องออกแอคชั่นแล้ว ระดับรองผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ ผบ.ตร.มอบหมายให้กำกับดูแลแต่ละบช. ต้องรีบขยับตัวออกแอคชั่นได้แล้ว ไม่ใช่ปล่อยเกียร์นั่งหายใจทิ้งอยู่ในสำนักงานไปวันๆแล้ว คอยรับผลประโยชน์นอกเหนือจากเงินเดือนและรายได้ประจำอื่นที่หลวงจ่ายให้ !!!