ฝุ่น กทม. เช้านี้เริ่มขยับ ค่า PM2.5 เฉลี่ย 35.1 ไมโครกรัมฯ หลายเขตเกิน 40 แนวโน้มเพิ่มขึ้น

192

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ของทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 35.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง หรือสีเหลือง

อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่เริ่มมีค่าฝุ่นสูงเกิน 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเขตที่มีค่าฝุ่นสูงสุด ได้แก่ เขตหลักสี่ 44.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ เขตบางรัก 43.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตประเวศ และเขตราชเทวี เท่ากันที่ 41.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามด้วยเขตลาดกระบัง 41.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขตหนองจอกและเขตบางขุนเทียน วัดได้ 40.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนเขตบางพลัด จตุจักร ทวีวัฒนา ปทุมวัน และมีนบุรี มีค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 38–40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เมื่อพิจารณารายโซนของกรุงเทพมหานคร พบว่าทุกพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศระดับปานกลาง โดยกรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 35–44.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพตะวันออก 30.4–41.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพกลาง 27.4–41.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพใต้ 25.8–43.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงธนเหนือ 30.7–40.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรุงธนใต้ 29.4–40.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศฯ ระบุว่า แนวโน้มค่าฝุ่น PM2.5 มีทิศทางเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แม้ภาพรวมยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพในบางพื้นที่

ทั้งนี้ ได้แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดต่อไป.