ตำรวจสืบนครบาล 6 สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทหาร บุกทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดคีตามีน ไอซ์ รวมกว่า 1.4 ตัน พร้อมยาบ้าอีก 1 ล้านเม็ด เตรียมกระจายส่งลูกค้าในพื้นที่ชั้นใน รับสารภาพได้ค่าจ้างขนยา 7 หมื่นบาทต่อครั้ง

ตำรวจสืบสวนนครบาล 6 สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก เปิดปฏิบัติการทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมหาศาล รวมกว่า 1.4 ตัน และยาบ้าอีก 1 ล้านเม็ด เตรียมกระจายสู่เครือข่ายในพื้นที่ชั้นใน

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่สั่งการให้เข้มงวดปราบปรามแหล่งพักยาเสพติดและขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และชุด ชปส.บก.น.6 ได้สืบสวนขยายผลจากกลุ่มลูกค้าที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ จนพบเบาะแสว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากแนวชายแดนมาพักเก็บไว้ในบ้านเช่าในพื้นที่ อ.กำแพงแสน ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณบ้านพักแห่งหนึ่งริมถนนบางเลน–ปทุมธานี ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ก่อนพบชายต้องสงสัย 2 คนกำลังถือกระสอบสีขาวอยู่หน้าบ้าน ลักษณะมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่ชายทั้งสองพยายามวิ่งหลบหนี กระทั่งถูกติดตามจับกุมตัวไว้ได้
ผู้ต้องหาทั้งสองให้การยอมรับว่า ภายในบ้านพักมีการซุกซ่อนยาเสพติด และยังมีชายอีกหนึ่งคนทำหน้าที่เฝ้ายาอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 3 ราย ได้แก่ นายยุธพร อายุ 39 ปี, นายภิญโญ อายุ 35 ปีและนายชัยยา อายุ 29 ปี
จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาเสพติดจำนวนมากบรรจุในกระสอบสีขาววางอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน ประกอบด้วย คีตามีน น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม, ไอซ์ น้ำหนักรวม 665 กิโลกรัมและยาบ้า จำนวน 1,000,000 เม็ดรวมของกลางยาเสพติดน้ำหนักกว่า 1,415 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งเชื่อว่าใช้ในการติดต่อสื่อสารและขนลำเลียงยาเสพติด

จากการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้เฝ้าบ้านพักและรอคำสั่งจากผู้สั่งการให้แบ่งบรรจุยาเสพติดใส่กระสอบเพื่อส่งให้ลูกค้าในจุดต่าง ๆ โดยจะได้รับค่าจ้างคนละ 70,000 บาทต่อครั้ง และเคยทำมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง เงินที่ได้ถูกนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายยุธพร เคยมีประวัติคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นเมื่อปี 2551 ในพื้นที่ สภ.นครชัยศรี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนพร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป.

