หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“รรท.พตร.”ยกระดับบริการ “รพ.นวุติสมเด็จย่า” เปิด 3 หน่วยแพทย์ใหม่ ต่อยอดพระราชปณิธานสมเด็จย่า คลินิกเฉพาะทาง

“รรท.พตร.”ยกระดับบริการ “รพ.นวุติสมเด็จย่า” เปิด 3 หน่วยแพทย์ใหม่ ต่อยอดพระราชปณิธานสมเด็จย่า คลินิกเฉพาะทาง

“รรท.พตร.”ยกระดับบริการ “รพ.นวุติสมเด็จย่า” เปิด 3 หน่วยแพทย์ใหม่ ลดเวลารอรักษา ดูแล ตชด.-ประชาชน ต่อยอดพระราชปณิธานสมเด็จย่า คลินิกเฉพาะทาง

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 ณ ห้องโถง ชั้น 1 โรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า ในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่ง เปิดโครงการ “เพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์”

ในการนี้ พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสานมิตร คณะผู้บริหาร โรงพยาบาลตำรวจ คณะผู้บริหารตำรวจตระเวนชายแดน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า ในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรองรับการดูแลรักษาข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะกำลังพลสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยมุ่งพัฒนาใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Laboratory) การเปิดบริการคลินิกตา และการเปิดบริการคลินิกผิวหนัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยและการรักษา ลดระยะเวลาการรอคอย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ

การดำเนินโครงการอยู่ภายใต้แนวคิด “การแพทย์ตำรวจตระเวนชายแดนก้าวไกลด้วยน้ำพระทัยสมเด็จย่า” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการพัฒนางานสาธารณสุขสำหรับกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ทั้งนี้ โรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า จัดตั้งขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถานพยาบาลเพื่อดูแลรักษาและฟื้นฟูกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมกับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อเป็นทุนในการก่อสร้าง และเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานนามว่า “นวุติสมเด็จย่า” อันมีความหมายว่า “สมเด็จย่า 90 พรรษา” โดยในปี พ.ศ.2569 นี้ นับเป็นวาระครบรอบ 36 ปี ของการดำเนินงานโรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเยี่ยมชมการให้บริการของโรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า โดยมี พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)นำเยี่ยมชมหน่วยบริการที่ได้พัฒนาและเปิดให้บริการเพิ่มเติม บริเวณชั้น 1 อาทิ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Laboratory) คลินิกตา และคลินิกผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อรองรับการตรวจรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงและครอบครัว ตลอดจนประชาชนผู้มารับบริการให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

โอกาสนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวชื่นชมและขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ร่วมกันพัฒนาศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง

สำหรับประวัติโรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า จากเหตุการณ์สู้รบอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหรือผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นเหตุให้ตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทุพพลภาพ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในเรื่องนี้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงเอื้ออาทรอย่างยิ่ง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมอยู่เป็นเนืองนิจกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้พิจารณาว่า ตำรวจตระเวนชายแดนที่รับการรักษาเบื้องต้นอย่างดีที่สุดจนอาการทุเลาบ้างแล้ว ควรได้รับการพักฟื้นต่ออีกระยะหนึ่งก่อนกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิ ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกส่งตัวไปพักรักษาอยู่ที่สถานพักฟื้นของกรมตำรวจ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อีกส่วนหนึ่งต้องอาศัยอยู่บ้านเพื่อนในบริเวณกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด

ในขณะเดียวกัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่แห่งใด จะทรงให้แพทย์หลวงที่ตามเสด็จตรวจรักษาประชาชนที่เจ็บป่วยในพื้นที่นั้น และทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยให้การรักษาพยาบาล ณ ที่นั้น เวลานั้นบางรายจำต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลส่วนภูมิภาคที่ใกล้ที่สุด หากโรงพยาบาลในส่วนภูมิภาคไม่สามารถรักษาได้ก็จะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลในส่วนกลางตำรวจตระเวนชายแดนทำหน้าที่ในการรับส่งคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ที่อยู่ในส่วนภูมิภาคไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลส่วนกลางและนำตัวส่งกลับภูมิลำเนาเดิม ในกรณีที่คนไข้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หรือเดินทางไปมาไม่ถูก

ตำรวจตระเวนชายแดน ได้เริ่มปฏิบัติการตามพระราชประสงค์ในเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา ซึ่งบ่อยครั้งจะต้องจัดหาที่พักให้คนไข้ก่อนที่จะนำตัวส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และระหว่างรอส่งตัวกลับภูมิลำเนา ด้วยเหตุทั้งสองประการดังกล่าว กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจึงมีดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลพักฟื้นตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากทางกองบัญชาการดำรวจตระเวนชายแดนได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดหาทุนขึ้นชุดหนึ่ง และจัดสร้าง

นอกจากนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ยังได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนในการก่อสร้างโรงพยาบาลจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2527 จำนวนหนึ่งล้านบาท และครั้งที่สอง จำนวนห้าแสนบาท เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2528 รวมทั้งสิ้น 1,500,000 บาทกรมตำรวจได้พิจารณาอนุมัติให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนใช้ที่ดินภายในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื้อที่ 300 ตารางวา เพื่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง และอนุมัติเพิ่มอีก153,40 ตารางวา เพื่อขยายโรงพยาบาลเป็น 50 เตียง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารโรงพยาบาล ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2528 ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ตำรวจตระเวนชายแดนอย่างหาที่สุดมิได้

การก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2529 สิ้นงบประมาณการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 22,849,245.46 บาท เป็นอาคาร 4 ชั้น โดยใช้แบบแปลนของโรงพยาบาลดารารัศมีอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เมื่อการก่อสร้างโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้ขอพระราชทาน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img