“ประชาชาติ” ขอบคุณสื่อชายแดนใต้ “วันนักข่าว” “JSD-South” ชูยุทธศาสตร์ “คอนเทนต์เชิงบวก” ดึงอัตลักษณ์ลบภาพความรุนแรง ยื่น 10 ข้อเรียกร้องให้รัฐช่วยดูแลสวัสดิการ-เสรีภาพ คนสื่อปลายด้ามขวาน

138

ยะลา, วันที่ 4 มีนาคม – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล รองหัวหน้า เป็นประธานเปิดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย เพื่อแสดงความยินดี และขอบคุณการทำงานของสื่อมวลชนในพื้นที่ เนื่องในโอกาส “วันนักข่าว” พร้อมร่วมพิธีละศีลอดกับสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายกว่า 50 ชีวิต ที่ ร้านอาหารฮาสานะห์ พรุบาโกย อ.เมือง จ.ยะลา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ภายในงานมี นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ (กปพ.) ศอ.บต. ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ, นายอิบรอเหม เบ็ญนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ และนางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) พร้อมด้วยสื่อมวลชนอาวุโสและนักข่าวภาคสนามในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วม

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวให้โอวาทโดยเน้นย้ำว่า สื่อมวลชนในพื้นที่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมมอบอินทผาลัมในนามของ พ.ต.อ.ทวี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเข้าสู่เดือนรอมฎอน

ขณะที่ นายธีรวิทย์ ได้มอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และครอบครัวที่เดือดร้อน โดยมีตัวแทนสื่ออาวุโส อาทิ นายอับดุลฮาดี เจ๊ะยอ, นายอะหมัด รามันห์สิริวงศ์, นายตูแวดานียา มือรีงิง, นายสาเล็ม ครู, ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ และนางสาวญามิลลา มะนาหิง ร่วมรับมอบ พร้อมระบุว่า “สื่อในพื้นที่ขัดแย้งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง ทุกถ้อยคำและการนำเสนอภาพมีผลต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่ สื่อจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างบรรยากาศความปรองดอง”

ในวันเดียวกัน นางสาวนาซือเราะ เป็นประธานในการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อสรุปผลงานรอบปี โดยเน้นย้ำภารกิจช่วงวิกฤตอุทกภัยปลายปี 2568 ผ่านโครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง” และกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รวมถึง โครงการส่ง สมาชิกสมาคมและภาคีเครือข่าย ไปทำอุมเราะห์ จำนวน 3 คน ได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมสื่อมวลชนฯ และ นายปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี และ ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา และอีกหลายท่านทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลาง และที่ประชุมยังมีมติสำคัญใน การปรับทัพองค์กร โดยแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติม ได้แก่ นายตูแวดานียา มือรีงิง ดำรงตำแหน่ง อุปนายกประจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อขับเคลื่อนงานเชิงรุกในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอ “ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ” ต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมิติต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนสื่อ นอกจากเรื่องสวัสดิการเร่งด่วน ในที่ประชุม JSD-South ได้แก่ 1. จัดตั้งกองทุนเยียวยากรณีพิเศษจากเหตุความไม่สงบ 2. ผลักดันประกันตนและสวัสดิการสุขภาพให้สื่ออิสระ 3.คุ้มครองสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากการคุกคาม 4.สนับสนุนงบฝึกอบรมทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤต 5.ปกป้องเสรีภาพสื่อภายใต้กรอบความเป็นกลางทางการเมือง 6.ให้สื่อเป็น “กระจกสะท้อนปัญหา” ในการแก้ปัญหาไฟใต้ 7.สนับสนุนสื่อในการสร้างบรรยากาศการพูดคุยสันติภาพ 8.เชื่อมโยงสื่อท้องถิ่นกับต่างประเทศเพื่อขยายฐานข้อมูลเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว 9.สนับสนุนโควตาแสวงบุญ (ฮัจย์-อุมเราะห์-สังเวชนียสถาน) เพื่อขวัญกำลังใจ 10. รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วเพื่อลดปัญหา “ข่าวลือ”

ทั้งนี้ สมาคมฯ เรียกร้องให้มี “ห้องพักพิเศษสำหรับสื่อมวลชน” ในโรงพยาบาลหลักประจำจังหวัด (จังหวัดละ 1 ห้อง) และจัดตั้งกองทุนเยียวยาสมาชิกกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง

นอกจากเรื่องสวัสดิการ ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับตัวของสื่อในยุคปัจจุบัน โดยที่ปรึกษาและสมาชิกเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหา (Content) มุ่งเน้นไปที่ “เรื่องราวเชิงบวก” เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ที่แท้จริงของพื้นที่สู่สายตาภายนอก เช่น การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สีเขียว การเชิดชูบุคคลต้นแบบ ในชุมชน การนำเสนอวิถีพหุวัฒนธรรมระหว่างชาวพุทธและมุสลิม

“และการยื่นคำขาดเรื่องสวัสดิการรัฐ ล้วนเป็นหมุดหมายที่ท้าทายว่า ในวันที่สถานการณ์ความไม่สงบยังคงยืดเยื้อ ‘คนข่าว’ จะได้รับการดูแลและคุ้มครองในฐานะฟันเฟืองสันติภาพอย่างที่พรรคการเมืองและหน่วยงานรัฐกล่าวอ้างจริงหรือไม่ นี่คือ ‘บทพิสูจน์’ สำคัญที่สื่อมวลชนในพื้นที่ต้องเผชิญและก้าวข้ามไปให้ได้” นายกสมาคมสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ กล่าว