ปิดตำนาน “อาจารย์ต้น​ อวตารพระผู้สร้าง” ลวงบุญ 50 ล้าน! ศรัทธาบังหน้า ฟอกเงินหลังธรรมะ

161

“ปิดฉาก “อาจารย์ต้น อวตารพระผู้สร้าง” ตุ๋นศรัทธา 50 ล้าน! ขบวนการฟอกเงินบาป คราบนักบุญ ดาราดังตกเป็นเหยื่อ สูญ 8 ล้าน – อีกราย 50 ล้านซื้อที่ดินลวงสร้างสำนักธรรม

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 แถลงผลปฏิบัติการ “ปิดฉาก อาจารย์ต้น อวตารพระผู้สร้าง ลด ละ กรรม” ทลายขบวนการฟอกเงินในคราบสำนักปฏิบัติธรรม
โดยจับกุม นายชวิศร์ (สงวนนามสกุล) หรือ “อาจารย์ต้น” อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน” หลังจับกุมได้บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม 56 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายช่วงปี 2563–2565 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ หลายคนหาที่พึ่งทางใจ ผู้ต้องหาร่วมกับภรรยา เปิดกิจกรรมปฏิบัติธรรม “MIND AND SOUL” จัดพิธี “ยกพระ” ตรวจดวงชะตา อ้างมีเจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติ ต้องจ่าย “ค่าครู” และ “ค่าลดละกรรม” เพื่อซื้อทางลัดสู่นิพพาน ถึงขั้นข่มขู่ว่า “ถ้าโอนผิดบัญชี ผีก็จะไม่ไป” พร้อมสร้างเครือข่ายสมาชิก ชักชวนผู้อื่นร่วมทำบุญเสริมบารมี มีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 14 ราย เฉพาะยอดมีหลักฐานโอนเงินกว่า 15 ล้านบาท แต่ตรวจสอบพบยอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีรวมกว่า 50 ล้านบาท บางรายโอนเงินถึง 8,000 ครั้ง พบหนึ่งในผู้เสียหายคือ มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท ส่วนอีกรายคือกรณี ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ ที่ถูกหลอกซื้อที่ดินสร้างสถานปฏิบัติธรรม เสียหายกว่า 50 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว และบริษัทที่เปิดบังหน้า โดยผู้ต้องหานำไปซื้อบ้านหรูมูลค่า 30 ล้านบาท ซื้อรถยนต์หรู 2–3 คันรวมทรัพย์สินกว่า 40 ล้านบาท แต่ไม่ได้มีการทำพิธีตามที่กล่าวอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายออกมาแฉ ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนลักลอบกลับเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ จนถูกตามจับกุมได้ในที่สุด

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวภรรยามาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย

จากการตรวจตรวจสอบประวัติของผู้ต้องห่พบว่า เมื่อปี 2557 เคยก่อเหตุฉ้อโกงบริษัทประกันภัย อ้างว่าภรรยาเสียชีวิตเพื่อเอาค่าสินไหมกว่า 4 ล้านบาท ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อมาถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงและศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อ26​กรกฎาคม 2565 ก่อนจะผันตัวมาเป็น “อาจารย์ต้น” หลอกศรัทธาประชาชน

ขณะเดียวกันมีตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปี 2560 ตนเครียดสะสมจนป่วยซึมเศร้า นอนไม่หลับ พบแพทย์และพระอาการไม่ดีขึ้น และมีคนแนะนำให้พบผู้ต้องหา ซึ่งให้คำแนะนำดี อ้างว่าทำบุญจะช่วยรักษาอาการได้ จึงหลงเชื่อ โอนเงินไปรวมกว่า 1 ล้านบาท กระทั่งคนในครอบครัวเตือน และเริ่มเห็นพฤติกรรมของผู้ต้องหาเปลี่ยนไป จากแต่งตัวสมถะ กลายเป็นใช้ของแบรนด์เนมหรู จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกแน่

ด้าน นายปิยะ ระบุว่า หลังจากนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังบุคคลใดหรือไม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการอายัดทรัพย์และคืนเงินให้ผู้เสียหายต่อไป