กองปราบฯ แถลงแก๊ง “แจกซิมฟรี” หลอกเด็กสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งสแกมเมอร์! ลั่นไม่เอาผิดเด็ก เหยื่อถูกหลอกอย่างแน่นอน

162

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.พ. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติ ไชโย รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. ร่วมกับ นายภัคพงศ์ พัฒนมาศ ที่ปรึกษาด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวจับกุมขบวนการหลอกนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม “แจกซิมฟรี” ก่อนนำข้อมูลไปเปิดซิมผีส่งต่อแก๊งสแกมเมอร์

หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.สมุทรปราการ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายปรัชญา อายุ 30 ปี, น.ส.จิราภรณ์ อายุ 28 ปี และ น.ส.เบญจมาศ อายุ 30 ปีพร้อมตรวจยึดของกลาง ซิมโทรศัพท์มือถือ 2,160 ซิม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เอกสารเกี่ยวกับตัวแทนจำหน่ายซิม 1 ฉบับ และเอกสารโฆษณาขายซิมจำนวนหนึ่ง

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า การสืบสวนเริ่มจากข้อมูลของ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ซึ่งตรวจพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน ถูกลงทะเบียนในชื่อเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี

เมื่อตรวจสอบย้อนกลับ พบโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ห่างไกล จ.เชียงใหม่ ถูกกลุ่มผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทเครือข่ายมือถือ เข้าไปจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมฟรีเพื่อการศึกษา โดยขอให้โรงเรียนคัดเลือกเด็กอายุ 9-15 ปี ที่มีบัตรประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม จากนั้นให้เด็กสแกนใบหน้าหลายครั้ง พร้อมถ่ายภาพบัตรประชาชนไว้

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่าจากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาให้เด็กสแกนหน้าหลายครั้ง เพื่อนำข้อมูลไปเปิดซิมในจำนวนมาก ก่อนแจกให้เด็กเพียง 1 ซิม ส่วนซิมที่เหลือนำไปจำหน่ายต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ และยังพบว่าผู้ต้องหาเลือกโรงเรียนในพื้นที่ชายแดน ห่างไกล บนภูเขาสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

เบื้องต้น สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ อ้างว่าเด็กยินยอมสแกนหน้าเอง ไม่ได้บังคับ และเคยจัดกิจกรรมลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย

ด้านพ.ต.ท.เจษฎา ระบุว่า จากซิมที่นำไปใช้ก่อเหตุ พบมี 2 หมายเลขที่ถูกนำไปใช้กระทำความผิด โดยตำรวจและตัวแทนเครือข่ายมือถือได้ให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนยืนยันว่า เด็กเป็นผู้ถูกหลอกให้เปิดซิม จึงจะไม่ดำเนินคดีกับเด็ก ส่วนซิมของกลางทั้งหมดจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดว่า หมายเลขใดเป็นของเด็กที่ถูกหลอกสแกนหน้า

ส่วน นายภัคพงศ์ กล่าวว่า ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามภัยไซเบอร์ เมื่อได้รับข้อมูลจากตำรวจในคดีนี้ บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาคู่ค้ารายดังกล่าวทันที

ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย หากพบว่าบริษัทได้รับผลกระทบ จะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของลูกค้าอย่างแน่นอน
ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกลลวงรูปแบบใหม่ ที่พุ่งเป้าไปยัง “เด็กและเยาวชน” ใช้ช่องโหว่ความรู้ไม่เท่าทันเทคโนโลยี หวังผลิตซิมผีป้อนขบวนการสแกมเมอร์ ต้องขอเตือนผู้ปกครองและสถานศึกษา หากมีหน่วยงานใดเข้ามาจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว ควรตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างละเอียด ก่อนอนุญาตให้เด็กให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด