“ไฟเขียว” หรือ “ไฟลามทุ่ง” ใน ภ.8.?มิติใหม่ เปิดหน้าเดินเคาะตั๋ว ผู้ประกอบการต่างพากันยี้ วอน ผบ.ตร. เร่งตรวจสอบ

153

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะปัญหาอาชญากรรมพุ่งสูง ไม่ใช่เพราะความไม่สงบในพื้นที่ แต่เพราะ “พฤติกรรม” ของบุคคลหนึ่งที่เพิ่งลงตำแหน่ง

พื้นที่ที่เคยอยู่กันอย่างสันติ ตำรวจกับประชาชนสัมพันธ์แนบแน่น ต่างฝ่ายต่างพึ่งพาอาศัยกัน กลับเริ่มเกิดรอยร้าวจากคำกล่าวอ้างที่หนักหน่วง

สารวัตรในสังกัดกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เพิ่งลงพื้นที่ไม่นาน แต่ชื่อเสียง “กระฉ่อน” ในหมู่ผู้ประกอบการ มีการกล่าวอ้างว่าเดิน “เคาะตั๋ว” กับสถานบริการทุกประเภท​ พร้อมคำอ้างสำคัญว่า… “เป็นคำสั่งจากผู้จัดการตำรวจภูธรภาค 8”

คำถามคือ — คำสั่งจริง? หรือคำกล่าวอ้าง?
หน่วยปฏิบัติการพิเศษ… ซ้อนหน่วยเดิม?ในโครงสร้างเดิม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 มีหน่วยที่ทำหน้าที่ประสานผู้ประกอบการอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ผู้ประกอบการก็ไม่ได้สะท้อนความอึดอัดใด ๆ

แต่การตั้ง “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ” ขึ้นมาใหม่ กลับสร้างแรงกระเพื่อม ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะ “วิธีการ”การเปิดตัวกับสถานบริการทุกประเภทการใช้ชื่อผู้บังคับบัญชาเป็นเงาอ้างอิงและบรรยากาศของความหวาดระแวงที่ตามมา

ตำรวจในพื้นที่บางหน่วย “เอื้อมระอา”แต่ไม่กล้าขยับ เพราะกลัวถูกกลั่นแกล้ง ในระบบที่ซับซ้อนเกินจะคาดเดานี่ไม่ใช่แค่เรื่องบุคคล แต่มันคือ “โครงสร้างอำนาจ” ที่สั่นไหว

เงาของอดีต กับแรงสะเทือนในปัจจุบันสถานการณ์ยิ่งอ่อนไหว เมื่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็น “เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อย” กับผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยถูกเรียกเข้าศูนย์ปฏิบัติการฯ (ศปก.ตร.) จากกระแสข่าวซื้อขายตำแหน่งในฤดูกาลโยกย้ายที่ผ่านมา

แม้ข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีจะต่างบริบทแต่ “ความทรงจำสาธารณะ” ไม่เคยลืมง่าย เพราะสังคมไทยแพ้ทางคำว่า​ เส้นสาย — รุ่นพี่ — เพื่อนร่วมรุ่น — ไฟเขียว

ต่อให้เรื่องนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ แต่ภาพลักษณ์องค์กรเริ่มถูกตั้งคำถามแล้วและคำถามที่หนักที่สุดคือ ถ้ามีการแอบอ้างว่าเป็นคนของ ผบช.8 จริง แล้วต้นสังกัดรู้หรือไม่?

อย่าปล่อยให้ความเงียบ กลายเป็นคำตอบเรื่องนี้อาจเป็นเพียงข่าวลือ หรืออาจเป็นเพียงการใส่ร้ายทำลายชื่อเสียง หรืออาจมีมูลความจริงบางส่วนแต่ในภาวะที่ความเชื่อมั่นต่อองค์กรบังคับใช้กฎหมาย คือทุนสำคัญที่สุด“ความเงียบ” ไม่ใช่ทางออก​ หากจริง ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดหากเท็จ ต้องออกมาชี้แจงอย่างโปร่งใส

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มาก่อน ย่อมเข้าใจพื้นที่นี้ดีที่สุด การตรวจสอบไม่ใช่เรื่องยาก หากมีเจตจำนงชัดเจน

ก่อนศรัทธาจะวิกฤติองค์กรตำรวจไม่ได้ยืนอยู่บนเครื่องแบบ แต่อยู่บน “ความไว้วางใจ”เพียงข่าวคราวเดียว อาจกลายเป็นไฟลามทุ่งและหากปล่อยให้คำว่า “เคาะตั๋ว” กลายเป็นภาพจำต่อให้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ความเสียหายทางศรัทธาก็เริ่มต้นแล้ว

วันนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าใครผิดแต่เป็นคำถาม… ว่าผู้บังคับบัญชาจะเลือกปล่อยให้คลุมเครือหรือจะเลือกทำให้ชัดเจนเพราะในยุคที่สังคมจับตาทุกการเคลื่อนไหวการนิ่งเฉย อาจดังยิ่งกว่าคำชี้แจงและบางครั้ง การรักษาองค์กรต้องเริ่มจากการกล้าตรวจสอบคนของตัวเอง

“วอน ผบ.ต่าย ตรวจสอบ ว่าจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่?
เพราะ ผบ.ตร. เคยประกาศก้องไว้เป็นนโยบายว่า ห้ามทำโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันมอบนโยบายในการเข้ารับตำแหน่งวันแรกกรณีดังกล่าวจึงควรมีคำตอบให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ด่วน นะคร๊าบ..!!!”