ศรชล.ภาค 3 คุมเข้มเรือสินค้า​ SEALLOYD ARC อับปางใกล้ภูเก็ต​ ย้ำไม่กระทบท่องเที่ยว–สิ่งแวดล้อม

130

ศรชล.ภาค 3 บูรณาการหน่วยต่างๆ ควบคุมสถานการณ์เรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางใกล้ภูเก็ต ยืนยันไม่กระทบท่องเที่ยว–สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นประชาชน

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล. ภาค 3) ร่วมกับ ทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานในพื้นที่ แถลงความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์กรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางบริเวณตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ต บริเวณใกล้แหลมพรหมเทพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยทางทะเลและภาคการท่องเที่ยว โดยสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เรือสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา ประสบเหตุมีน้ำเข้าเรือและอับปางในระยะประมาณ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง โดยมีลูกเรือ 16 คน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยทั้งหมด

ทั้งนี้ เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 297 ตู้ รวมถึงวัตถุอันตราย 14 ตู้ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดเหตุ ศรชล.ภาค 3 ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) บูรณาการกำลังจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานด้านการเดินเรือ โดยมีทัพเรือภาคที่ 3 เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการ และสนับสนุนกำลังพล เรือ และยุทโธปกรณ์เฉพาะทางในการสำรวจใต้น้ำและควบคุมคราบน้ำมัน เพื่อดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยในการเดินเรือ การควบคุมและขจัดคราบน้ำมัน และการสำรวจและวางแผนกู้เรือและตู้สินค้าใต้น้ำ สถานการณ์ล่าสุดพบว่า ตัวเรือจมที่ความลึกประมาณ 61 เมตร ไม่เป็นอันตรายต่อเส้นทางเดินเรือหลัก ขณะที่คราบน้ำมันมีลักษณะบางและเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลเปิด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อชายฝั่ง แหล่งท่องเที่ยว หรือระบบนิเวศทางทะเล โดยผลการตรวจคุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังไม่พบการรั่วไหลจากตู้สินค้าวัตถุอันตราย

กองทัพเรือยืนยันว่า ศรชล.ภาค 3 และทัพเรือภาคที่ 3 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทุกกรณี โดยเฉพาะการป้องกันคราบน้ำมันเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่ง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุผิดปกติทางทะเล สามารถแจ้งสายด่วน 1465 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
19 กุมภาพันธ์ 2569