สองสามีภรรยาหอบหลักฐานร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกเพจปริศนากระหน่ำกล่าวหาเป็นคนโกง ทั้งที่คดีศาลยกฟ้องครบทุกชั้น ส่งผลครอบครัวพัง เด็กร้องไห้ คนโตต้องออกจากโรงเรียน คนเล็กชวดแข่งวอลเลย์บอล วอนหยุดซ้ำเติมชีวิตและอนาคตเด็กๆ
เมื่อเวลา 17.30 น วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 69 ที่สำนักงานรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.สุนิสา หรือแพท อายุ 38 ปี นายธีรยุทธ หรือบอย อายุ 35 ปี สองสามี-ภรรยา นำหลักฐานเอกสารต่างๆเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังจากครอบครัวของเธอถูกเพจๆหนึ่งลงกระหน่ำโจมตี ทำให้พ่อแม่ ลูกๆของตนได้รับความอับอาย ทั้งๆที่เรื่องดังกล่าวที่ลงไปในเพจไม่ใช่เรื่องจริงเลย
น.ส.สุนิสา หรือแพท เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าออนไลน์ ก่อนหน้านี้เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ตนกับสามีและลูกๆ อาศัยอยู่ในบ้าน ย่านซอยวัดนครอินทร์ ซ.พิบูลสงคราม 11 ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยบ้านของตนก็ถูกเจ้าของที่มารื้อถอนไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น ทั้งๆที่ตนและสามีพึ่งรีโนเวท บ้านหมดไปนับแสน บาท แต่เขาก็ไม่ สงสารและเห็นใจ สุด ท้ายตนและสามีพร้อม ลูกๆอีก 3 คน ต้องย้าย มาอาศัยอยู่ในบ้าน เช่าย่านซอยเรวดีแต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้น ลูกสาวคนเล็กของตน ซึ่งเป็นนักกีฬาแชมป์วอลเลย์บอลหญิงของโรงเรียนเทศบาลนครนนท์ ไม่สามารถลงแข่งขันได้ เพราะปัญหาบ้านที่ถูกรื้อและหมดเงินไปกับค่าทนายความ รวมทั้งตนเองยอมรับว่าตนได้ตั้งแชร์ในกลุ่มแม่ค้าด้วยกันแล้วถูกโกง จึงต้องชดใช้ให้กับกลุ่มคนที่เล่นไปเป็นจำนวนกว่า 3 ล้านบาท โดยมีบางคนนำเรื่องนี้ไปลงใน “เพจจี” กล่าวหาว่าตนเป็นคนขี้โกง จนลูกๆที่เรียนหนังสืออยู่ได้รับความอับอาย คนโตต้องออกจากโรงเรียนคนเล็กก็ชวดลงแข่งขันชิงแชมป์วอลเลย์บอล
หลังเกิดเรื่องทำให้ตนคิดมาก ตนจึงให้ลูกๆกลับไปอยู่กับพ่อแม่ของตนที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนตนพยายามพูดคุยเจรจาเพื่อขอให้เพจจี อย่าลงข่าวกลั่นแกล้งใส่ร้ายครอบครัวตนอีก ขอให้เห็นใจเด็กๆ ที่กำลังเล็กและยังเรียนหนังสืออยู่ ซึ่งทางเพจก็บอกว่า “ลูกคุณไม่ใช่ลูกผม” พร้อมทั้งยังลงข่าวโจมตีหาว่าตนเป็นคนขี้โกงตนเป็นบ้า มีลูกเพจเขาฟ้องตน ในข้อหาฉ้อโกงแต่ตนมีหลักฐานต่างๆว่าได้ชดใช้ไปหมดแล้ว ซึ่งศาลเองก็ได้ยกฟ้อง ทั้งชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ตนอยากขอพูดและขอความเห็นใจบ้างว่าตนเองต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย แต่ตนก็ไม่อยากจะไปทะเลาะหรือมีปัญหากับทางเพจจี แค่ขอร้องและอยากวิงวอนขอให้เขาหยุดลงข่าวโจมตีตนกับครอบครัว เพราะลูกๆตนเห็นข่าวในเพจแล้วเสียใจกันทุกคน
ทางด้านนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิกล่าว ตนเองได้ แนะนำข้อกฎหมายให้กับผู้เสียหายไปแล้วหากข้อความหรือรูปภาพใดที่ลงชื่อผู้เสียหายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ แต่เท่าที่ดูทางเพจเขารู้ข้อกฎหมายดีเขาไม่ใส่ชื่อไม่ใส่รูปภาพ แต่คนใกล้ชิดคนรอบเขารู้ดีว่าหมายถึงใคร เรื่องนี้หากเข้าข่ายผิดกฎหมายตนก็ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำ ให้เขาดำเนินคดีได้ทันที

