
วันที่ 19 ก.พ. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยแผนประทุษกรรมรูปแบบใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ยกระดับความแยบยล หลอกเหยื่อ “สองรายพร้อมกัน” ในจังหวะเดียว หวังเอาทรัพย์สิน พร้อมสร้างสถานการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายในกลุ่มเดียวกันแบ่งหน้าที่ออกเป็น 2 ส่วน ทำงานประสานกันอย่างแนบเนียน

ส่วนที่ 1 จะหลอกเหยื่อรายแรก ข่มขู่-ควบคุมตัวผ่านวิดีโอคอล คนร้ายโทรหาเหยื่อรายที่ 1 โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ, DSI หรือ ปปง. ใช้เบอร์โทรขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย “+” (โทรจากต่างประเทศ) อ้างว่าเหยื่อพัวพันคดียาเสพติด ฟอกเงิน หรือคดีร้ายแรงอื่น
จากนั้นจะเร่งเร้า ข่มขู่ ห้ามบอกใคร พร้อมให้แอดไลน์และวิดีโอคอล เพื่อควบคุมทุกความเคลื่อนไหว สุดท้ายบังคับให้โอนเงิน “เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์” ที่สำคัญคือบัญชีที่ให้โอนเงินไปนั้น คือ “บัญชีของเหยื่อรายที่ 2” ซึ่งกำลังถูกหลอกอยู่ในเวลาเดียวกัน

ส่วนที่ 2 ปั้นเหยื่อรายสองให้กลายเป็นบัญชีม้า ซึ่งคนร้ายอีกชุดจะโทรหาเหยื่อรายที่ 2 อ้างว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รับเงินแก๊งสแกมเมอร์ ระหว่างนั้น จะให้เหยื่อรายที่ 1 โอนเงินเข้าบัญชีเหยื่อรายที่ 2 เพื่อสร้าง “หลักฐานปลอม” ให้เหยื่อรายที่ 2 เชื่อว่าเรื่องเป็นจริง
เมื่อเหยื่อตกใจกลัว คนร้ายจะข่มขู่ต่อเนื่อง ก่อนหลอกให้โอนเงินต่อไปยังบัญชีม้าอื่น และสั่งให้ไปรับทรัพย์สินตามจุดต่างๆ (ซึ่งเป็นของเหยื่อรายที่ 1)
ท้ายที่สุด เหยื่อรายที่ 2 จะถูกบังคับให้นำทรัพย์สินไปขาย แล้วโอนเงินกลับเข้าแก๊งสแกมเมอร์

สำหรับแผนดังกล่างจะทำให้เหยื่อรายที่ 1 สูญเสียทรัพย์สินจนหมดตัว ส่วนเหยื่อรายที่ 2 ไม่เพียงถูกหลอก แต่ยังกลายเป็น “ผู้ต้องหา” พัวพันขบวนการโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐจริงจะ,ไม่โทรแจ้งคดี,ไม่ส่งหมายจับหรือเอกสารราชการทางไลน์,ไม่วิดีโอคอลสอบสวน,ไม่บังคับโอนเงิน,ไม่ให้เอาทรัพย์สินไปวางตามจุดต่างๆหากพบพฤติกรรมลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น “มิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์

