ชูระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ติดตามพื้นที่ปลูกข้าวแม่นยำเสริมความมั่นคงทางอาหารไทย-อาเซียน

68

โครงการจัดฝึกอบรมระดับนานาชาติ “INAHOR National Training Workshop: Promote Rice Planted Area and Production Estimation Using Space-based Technologies in Thailand”

เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทย โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กับหน่วยงานพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ สำนักงานเลขานุการโครงการระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน (AFSIS) องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ศูนย์เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลแห่งญี่ปุ่น (RESTEC) และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสถิติเกษตรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ในการจัดทำข้อมูลพื้นที่ปลูกและผลผลิตข้าวได้อย่างเป็นระบบ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อธิบายเพิ่มเติมว่า สศก. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการยกระดับระบบฐานข้อมูลสารสนเทศข้าวของประเทศให้มีความทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น ล่าสุดจึงได้จัดการฝึกอบรมระดับชาติ INAHOR ขึ้น เนื่องจาก สศก. ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบข้อมูลสถิติการเกษตรของไทย ตระหนักดีว่าการมีข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นหัวใจสำคัญ ในการวางนโยบายบริหารจัดการภาคเกษตร โดยเฉพาะ “ข้าว” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก และเป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหาร ทั้งของไทยและภูมิภาคอาเซียน การอบรมครั้งนี้จึงเน้นไปที่การใช้งานระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ALOS-2 ในระบบเรดาร์ (SAR) ช่วงคลื่น L-band ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุความถี่ต่ำที่มีความยาวคลื่นสูง มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพในการสำรวจทะลุผ่านสิ่งกีดขวาง โดยสามารถส่งสัญญาณผ่านเมฆหนา หมอก หรือฝนที่ตกหนักเพื่อสำรวจพื้นผิวโลกได้โดยตรง อันเหมาะสมมากกับสภาพอากาศของประเทศไทย ที่มีเมฆมากในช่วงฤดูทำนา ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์เพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ

สำหรับกระบวนการทำงานในระบบ INAHOR เวอร์ชันปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงให้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Google Earth Engine (GEE) ร่วมกับซอฟต์แวร์ QGIS ที่เป็นระบบที่ทำงานผ่านเว็บไซต์ ช่วยให้การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับเรียนรู้ (Training Data) ทำได้สะดวกขึ้น โดยผู้ใช้งานจะกำหนดค่าประจำจุดภาพพื้นที่ปลูกข้าวเป็นเลข 1 และพื้นที่ที่ไม่ใช่ข้าวเป็นเลข 0 เพื่อสอนให้ระบบเรียนรู้และวิเคราะห์พื้นที่ได้อย่างถูกต้อง หากพบข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก็สามารถคัดออกก่อนเริ่มกระบวนการวิเคราะห์ได้

นอกจากนี้ สศก. ยังได้หารือถึงผลการประมาณการพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำมาปรับปรุงสูตรคำนวณ (Algorithm) ของระบบให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยจะมีการเปรียบเทียบกับข้อมูลเอกภาพของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 และเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ทีมงานจึงได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม ณ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผลวิเคราะห์จากดาวเทียม ซึ่งจากการสำรวจพบประเด็นที่น่าสนใจคือ บางแปลงที่เคยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปีในฤดูกาลที่ผ่านมา ปัจจุบันเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงาน หรือบางแปลงเปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดแทน ซึ่งข้อมูลการเปลี่ยนชนิดพืชในพื้นที่จริงเหล่านี้ ทีมผู้พัฒนาจาก JAXA ได้บันทึกไว้ทั้งหมดเพื่อนำไปปรับแก้สูตรคำนวณในระบบ INAHOR ให้สามารถแยกแยะพืชแต่ละชนิดได้แม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต


เลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือกับหน่วยงานจากญี่ปุ่นและอาเซียนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านข้อมูลเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลให้ระบบข้อมูลความมั่นคงทางอาหารมีความเข้มแข็ง นำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ โปร่งใส และสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยต่อไป