“ว่านสาวหลง” หอมลึกจากผืนป่า สมุนไพรพื้นบ้านที่ทั้งรักษาและเล่าขานศรัทธา

166

สมุนไพรกลิ่นหอมจากวงศ์ขิงข่า ที่ไม่เพียงเยียวยาร่างกาย แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น

ท่ามกลางผืนป่าอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของสมุนไพรพื้นบ้านชื่อแสนโรแมนติกอย่าง “ว่านสาวหลง” พืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จนผู้คนจดจำได้ตั้งแต่แรกสัมผัส

ว่านสาวหลงมีเหง้าทอดเลื้อยอยู่ใต้ดิน ลำต้นเทียมเกิดจากกาบใบอัดแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอก ปลายเรียวแหลม ขอบใบบิดเล็กน้อย เส้นกลางใบมีสีแดงเรื่อและมีขนนุ่มปกคลุม ดอกออกตามเหง้าใต้ดิน ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกยาว ปลายช่อโค้งงออย่างอ่อนช้อย ผลออกเป็นช่อคล้ายพริกไทย เพิ่มเสน่ห์ให้พืชชนิดนี้ยิ่งขึ้น

พืชชนิดนี้เติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดรำไร จึงมักพบตามชายป่าหรือพื้นที่ที่ยังคงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทุกส่วนของว่านสาวหลงมีกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะราก ใบ และลำต้น ถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านมาแต่โบราณ ทั้งการต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน ขับลมในกระเพาะและลำไส้ หรือแม้แต่นำไปต้มน้ำอาบเพื่อบำรุงผิวพรรณ

ในอดีต คนเฒ่าคนแก่ยังนิยมขยี้ใบว่านสาวหลงใส่ผม เพื่อให้มีกลิ่นหอมติดกายตลอดวัน สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ผสานธรรมชาติเข้ากับการดูแลตนเองอย่างกลมกลืน นอกจากนี้ ว่านสาวหลงยังถูกยกให้เป็น “ว่านมงคล” เชื่อกันว่าเป็นว่านเมตตามหานิยม บ้างนำมาทาตัวเพื่อเสริมเสน่ห์และความเป็นสิริมงคล จึงนิยมปลูกไว้รอบบ้าน

เรื่องราวของว่านสาวหลง ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกพฤกษศาสตร์ หากแต่เป็นภาพสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังมีชีวิตอยู่ในผืนป่าและชุมชน ภายใต้การดูแลของ กรมอุทยานแห่งชาติ ที่มุ่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการสืบสานองค์ความรู้พื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไป

ที่มา: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จังหวัดสงขลาและสตูล สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา)