ในสมการจัดตั้งรัฐบาล ทุกพรรคย่อมมีทางเลือก แต่ไม่ใช่ทุกทางเลือกจะมีน้ำหนักเท่ากัน สำหรับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้รับคะแนนนิยมในระดับสูง ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง หากคือการรักษา “ทุนศรัทธา” ที่ประชาชนมอบให้

คะแนนเสียงคือพันธสัญญา คะแนนที่ประชาชนลงให้ ไม่ได้เป็นเพียงสิทธิทางรัฐธรรมนูญ แต่คือความคาดหวังว่า พรรคที่ตนเลือกจะยึดมั่นในมาตรฐานที่สูงกว่าการเมืองแบบเดิม
ในบริบทนี้ การพิจารณาความร่วมมือกับพรรคกล้าธรรม จึงถูกมองผ่านเลนส์ของ “ผลกระทบทางภาพลักษณ์” มากกว่าคณิตศาสตร์เสียงในสภา แม้การเจรจาร่วมรัฐบาลจะเป็นกระบวนการปกติ แต่กระแสสังคมบางส่วนสะท้อนความกังวลต่อประเด็นการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีและมาตรฐานจริยธรรม รวมถึงภาพลักษณ์ที่มีเอี่ยวเครือข่ายบุคคลในภาครัฐกับขบวนการธุรกิจสีเทา ที่กระแสสังคมจับตามอง
บุคคลสำคัญของพรรคดังกล่าวอย่าง ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยอยู่ในกระแสถกเถียงทางการเมืองในอดีต ซึ่งแม้เป็นเรื่องที่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายของแต่ละช่วงเวลาแล้ว แต่ในทางการเมือง “การรับรู้ของสาธารณะ” ยังคงมีผลต่อภาพรวมของรัฐบาล
มิตรภาพทางการเมือง กับความยั่งยืนของรัฐบาล การเมืองไทยรู้จักคำว่า “มิตรภาพ” ระหว่างพรรคมานาน แต่ในยุคที่การตรวจสอบเข้มข้น มิตรภาพอาจไม่เพียงพอจะค้ำจุนความมั่นคงของรัฐบาล หากสังคมตั้งคำถามต่อความเหมาะสม
สำหรับภูมิใจไทย ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่แค่แรงวิพากษ์วิจารณ์ระยะสั้น แต่อาจขยายไปถึงเสถียรภาพระยะยาว หากการตัดสินใจใดทำให้ภาพลักษณ์พรรคถูกกระทบอย่างต่อเนื่อง ความกดดันทางสังคมอาจกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อโอกาส “อยู่ครบเทอม”
สูตรพรรคเล็ก จึงเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยจะเลือกใช้แนวทางรวมเสียงจากพรรคขนาดเล็กหลายพรรค แทนการพึ่งพาพรรคที่มีแรงกระเพื่อมทางภาพลักษณ์สูง วิธีดังกล่าวอาจช่วยลดการผูกพันกับข้อครหาหรือข้อถกเถียงเฉพาะบุคคล กระจายอำนาจต่อรองไม่ให้กระจุกตัว และรักษาความเชื่อมั่นของฐานเสียงเดิมไว้ได้มากกว่า แม้การบริหารพรรคเล็กหลายพรรคจะมีความซับซ้อน แต่ในมุมของภาพลักษณ์ นี่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ศรัทธาต้องมาก่อน สำหรับพรรคที่ได้รับคะแนนนิยมสูง การตัดสินใจทางการเมืองทุกครั้งย่อมถูกตีความว่าเป็น “ตัวชี้วัดคุณค่า” หากต้องเลือกระหว่างมิตรภาพทางการเมืองกับความคาดหวังของผู้ลงคะแนน เสียงของประชาชนย่อมมีน้ำหนักมากกว่า
เพราะท้ายที่สุดแล้ว อำนาจในสภาอาจทำให้รัฐบาลเริ่มต้นได้ แต่ศรัทธาของประชาชนเท่านั้นที่จะทำให้รัฐบาลเดินต่อไปได้จนครบวาระ
“พยัคฆ์น้อยร้อยเก้า” ฟันธงไว้ล่วงหน้าว่า ภูมิใจไทยไม่กล้าทาแป้ง ชัวร์..!!


