หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมเรือรักล่ม ! สาวฆ่าตัวตาย 7 ครั้ง​ ร้องมูลนิธิดังถูกครอบครัว ร.อ.นักบินขับเจ็ทกีดกันรัก

เรือรักล่ม ! สาวฆ่าตัวตาย 7 ครั้ง​ ร้องมูลนิธิดังถูกครอบครัว ร.อ.นักบินขับเจ็ทกีดกันรัก

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.วนิสา หรือมิ้นท์ อายุ 28 ปี นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ หลัง ตนเองอยู่กินฉันท์สามี-ภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเรืออากาศเอกคนหนึ่ง อายุ 33 ปี ตำแหน่งนักบินขับฝูงบินเจ็ท 231 สังกัดกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี แต่ถูกครอบครัวฝ่ายชายกีดกันทำให้ไม่สามารถแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันได้ จนตนเองล้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายมาแล้ว 7 ครั้ง โดยการรมควันในรถยนต์ , ดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำแต่ก็ได้เพื่อนฝูงพ่อแม่เข้ามาช่วยเหลือ ทุกครั้งไป

น.ส.วนิสา หรือมิ้นท์ เล่าด้วยน้ำตาว่า ตนรู้จักและอยู่กินกับฝ่ายชายภายในบ้านพักทหาร มานานกว่า 3 ปี ตลอดเวลารักใคร่กันดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ตนเองประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ เราสองคน ช่วยกันผ่อนรถผ่อนบ้านเพื่อสร้างครอบครัว โดยฝ่ายชายมีแพลนที่จะขอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับตนเอง

ต่อมาอาม่าของฝ่ายชายเสียชีวิตในปี 66 หลังจากนั้นปี 67 ฝ่ายชายได้ขอตนเองแต่งงานแต่ก็ถูกทางครอบครัวกีดกันและทักท้วงบอกว่าประเพณีจีนยังแต่งงานไม่ได้ถ้ามีญาติผู้ใหญ่เสียต้องรออีก 3 ปี ทำให้ตนเองคิดมากล้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้าต้องกินยาหมอทุกวัน แฟนหนุ่มจึงเอ่ยปากชวนตนเองไปจดทะเบียนสมรส ในวันที่ 2 มกราคม 68 ที่ที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ระหว่าง กำลังจะทำเรื่องจดทะเบียนสมรสอยู่ แม่ของแฟนหนุ่มรู้เรื่อง จึงได้โทรมาบอกแฟนหนุ่มว่า ให้ยกเลิกการจดทะเบียนสมรสห้ามจนเด็ดขาด ทำให้ในวันนั้นไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้

ต่อมามาทางครอบครัวได้บอกให้แฟนหนุ่มเลิกคบหากับตน และบล็อกเฟสบล็อกไลน์ตนเองทุกช่องทาง ไม่สามารถติดต่อแฟนหนุ่มได้ ทำให้ตนเครียดคิดมากรมควันฆ่าตัวตายในรถ 6 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะเพื่อนๆ และพ่อแม่ของตนซึ่งมีอาชีพรับจ้างตัดอ้อย ออกตามหาและช่วยเหลือนำตัวส่งพยาบาลทุกครั้ง

มีอยู่ครั้งหนึ่งตนเองไปเปิดห้องภายในโรงแรมแห่งหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี แล้วจุดธูปเพื่อที่จะรมควันฆ่าตัวเอง ตอนนั้นบ๋อย มาเคาะประตูห้องเพื่อเก็บค่าโรงแรม แต่ติดต่อตนเองไม่ได้ เพราะมีกลิ่นธูปและควันลอยออกมาจากห้อง พนักงานจึงช่วยกันพังประตูเข้าไป และนำตนเองส่งโรงพยาบาล เรื่องที่เกิดขึ้นตนอยากให้ทาง มูลนิธิช่วยเหลือตามเงินจำนวน 300,000 บาทที่ตนช่วยผ่อนรถผ่อนบ้านไปกับแฟนหนุ่มคืนกลับมาให้ตนด้วยเพราะตนสงสารพ่อแม่ตนมากที่ต้องมาเสียใจกับเรื่องนี้ตนอยากให้เขาออกมา ขอโทษพ่อแม่ตนขอโทษตนเอง ส่วนเรื่องที่จะกลับไปอยู่กิน และรักกันเหมือนที่ผ่านมาตนคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้วเพราะครอบครัวเขาคงเห็นตนเป็นเพียงแค่แม่ค้า ไม่เหมาะกับลูกชายเขา เรื่องนี้แม้ตนจะเสียใจ ตนคงต้องทำใจและก็ไม่ขอกลับไปเช่นกัน

ทางด้านนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยกันจึงไม่มีเหตุที่จะต้องมาฟ้อง หรือแบ่งทรัพย์สินที่หามาได้ เป็นเรื่องของจิตใจจิตใต้สำนึก ที่ฝ่ายชายจะแสดงความรับผิดชอบ ส่วนในเรื่องของวินัยทหารก็อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาจะเป็นคนพิจารณา ในเรื่องอาญาไม่สามารถเอาผิดได้เป็นเพียงแค่คดีแพ่งที่จะต้องไปฟ้องร้องดำเนินการเอาเอง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img