ท่ามกลางผืนป่าหินปูนชุ่มชื้นของระนอง ดอกไม้สีขาวเล็กจิ๋วชื่อ “ขาวพรหมจรรย์” ซ่อนตัวอย่างเงียบงาม ไม่เพียงงดงามหายาก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพที่ไทยต้องร่วมกันปกป้อง

ดอกไม้ขาวหายากแห่งหินปูนระนอง
ในมุมหนึ่งของผืนป่าหินปูนที่ชุ่มชื้นและเงียบสงบของจังหวัดระนอง มีดอกไม้สีขาวขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่อย่างถ่อมตน ทว่าทรงคุณค่าทางธรรมชาติอย่างยิ่ง นั่นคือ “ขาวพรหมจรรย์” (Somrania albiflora) พืชถิ่นเดียวของประเทศไทยที่พบได้เฉพาะในพื้นที่แห่งนี้ และเป็นหนึ่งในพืชที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
ขาวพรหมจรรย์เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลำต้นและใบถูกปกคลุมด้วยขนนุ่มละเอียด ให้สัมผัสอ่อนโยนราวกำมะหยี่ ใบเรียงตัวไม่สม่ำเสมอ ขนาดแตกต่างกันตั้งแต่เพียง 2 เซนติเมตร ไปจนถึงราว 16 เซนติเมตร รูปใบเป็นรูปไข่ ขอบใบจักเป็นซี่ฟัน ก้านใบค่อนข้างยาว สะท้อนลักษณะเฉพาะที่ทำให้พืชชนิดนี้แตกต่างจากพืชป่าอื่นโดยรอบ
ดอกของขาวพรหมจรรย์มีขนาดเล็ก เพียงประมาณ 1 เซนติเมตร ออกเป็นช่อกระจุกตามลำต้น แต่ละช่อมีดอกไม่กี่ดอก กลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์แยกออกเป็น 5 กลีบ โดยกลีบบน 2 กลีบมีขนาดใหญ่กว่ากลีบล่างเล็กน้อย ใจกลางดอกมีจานฐานสีเหลืองสด สร้างความตัดกันอย่างโดดเด่น เมื่อการผสมเกสรสำเร็จ ดอกจะพัฒนาเป็นผลรูปกระสวยขนาดเล็ก ภายในบรรจุเมล็ดจำนวนมาก พร้อมสืบทอดวงจรชีวิตในผืนป่าหินปูนต่อไป

ขาวพรหมจรรย์จัดอยู่ในสกุล Somrania ซึ่งเป็นสกุลพืชที่มีเฉพาะในประเทศไทย และมีเพียง 3 ชนิดเท่านั้นในโลก นอกจาก Somrania albiflora ที่พบในระนอง ยังมี S. lineata พบที่จังหวัดพังงา โดดเด่นด้วยดอกขนาดใหญ่และลายปื้นสีเหลืองอมน้ำตาลบนกลีบดอก และS. flavida พบที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีดอกใหญ่ ปื้นสีเหลืองสด และก้านใบสั้นกว่า
ชื่อสกุล Somrania ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.สมราน สุดดี นักพฤกษศาสตร์ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการศึกษาและอนุรักษ์พืชป่าไทย การตั้งชื่อสกุลพืชใหม่นี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดจำแนกทางวิชาการ หากแต่เป็นการจารึกชื่อของผู้ทำงานเพื่อธรรมชาติไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
ขาวพรหมจรรย์ ดอกไม้สีขาวเล็กๆ ที่อาจมองข้ามได้ง่ายในผืนป่า แต่กลับเป็นหลักฐานสำคัญของความอุดมสมบูรณ์และความเปราะบางของระบบนิเวศ หากวันหนึ่งมันสูญหายไป นั่นอาจหมายถึงการสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจทดแทนได้อีกเลย

