กสทช.ไร้น้ำยาหรือประโยชน์บังตา​ ปล่อยนักตบทรัพย์เกลื่อนโซเชียล ค่ายมือถือเอื้อสแกมเมอร์ข้ามชาติ

226

ผลการเลือกตั้ง สส. แม้จะไม่เป็นทางการ พอเห็นเค้ารางกันแล้วว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง​ ซึ่งระหว่างหาเสียงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบางพรรคการเมืองซื้อเสียงกันหนักแบบที่ไม่รู้สึกเสียดายเงินที่ทุ่มไป เพราะเงินเหล่านั้นคอการเมืองต่างฟันธงกันว่าเป็นเงินที่ได้จากโกงบ้านโกงเมือง และจากธุรกิจสีเทาที่เฟื่องฟูอย่างยิ่งทั้งในเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

โดยเงินจากธุรกิจสีเทามีจำนวนมหาศาลส่งตรงจากแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแก๊งพนันออนไลน์ทุกประเภท ว่าที่ สส. หลายคนมีเงินทุนสีเทาหนุน บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจพนันออนไลน์ และบางคนมีความสนิทแนบแน่นกับเจ้าพ่อสแกมเมอร์

การประกอบธุรกิจสีเทา ระบบการสื่อสารจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีหน้าที่หลักจัดสรรคลื่นความถี่ ควบคุมดูแลการให้บริการโทรคมนาคม วิทยุ และโทรทัศน์​ แต่ กสทช. ไม่ได้แสดงบทบาทอะไรให้เห็นเด่นชัดว่าได้ควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด แถมปล่อยปละละเลยอีกต่างหาก การอาละวาดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ที่สูบเงินคนไทยปีละหลายหมื่นล้าน น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันได้ดีที่สุด

แม้ต่อมารัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประกาศปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ด้วยการสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ส่งไปยังประเทศกัมพูชา กสทช. ได้แสดงบทบาทขึงขังตามนโยบายรัฐบาลแต่พอเปลี่ยนรัฐบาล ความขึงขังก็กลับลดลง กระทั่งมีการร้องเรียนจากประชาชนว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มอาละวาด จนสืบสวนทราบว่าค่ายมือถือเอไอเอสยังส่งสัญญาณข้ามไปฝั่งกัมพูชาเหมือนเดิม แม้ว่าค่ายเอไอเอสจะยืนยันว่าเป็นการลักลอบเชื่อมสัญญาณส่งไปประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม​ แม้ค่ายมือถือจะออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว สังคมจะเชื่อหรือไม่ล้วนอยู่ในดุลพินิจ แต่หน่วยงานรัฐอย่าง กสทช. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว หากจะกล่าวหาว่า กสทช. ละเลยถึงขั้นเพิกเฉย น่าจะตรงกับความเป็นจริง เพราะในภาวะที่ประชาชนทุกคนสามารถผลิตสื่อจากแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ จนกลายเป็นช่องสร้างรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำได้

หลายคนยึดเป็นอาชีพทำมาหากินสุจริต สร้างคอนเทนต์ลงในแพลตฟอร์ม เรียกยอดวิว หรือไลฟ์สดขายสินค้า กลุ่มนี้จะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับสังคมและประชาชนทั่วไปแต่มีหลายกลุ่มหลายจำพวกกลับใช้สื่อโซเชียลสร้างแพลตฟอร์ม สร้างคอนเทนต์ เรียกยอดวิว ยอดผู้ติดตามได้จำนวนมาก แล้วจะเริ่มออกลายด้วยการสื่อสารแบบข้อความสั้น ปล่อยของออกมาให้สังคมชวนสงสัยและติดตาม

หลายเพจหรือหลายแพลตฟอร์มที่มีคนติดตามจำนวนมาก ปล่อยข้อมูลให้ผู้ติดตามชวนสงสัย ถึงขั้นแชร์กันต่อๆ กันไป เนื้อหาจะเป็นในลักษณะบอกชื่อย่อพร้อมระบุพฤติกรรมฉาวโฉ่แบบสั้นๆ อาทิ มีพฤติกรรมทุจริต หรือซุกกิ๊ก หรือทำธุรกิจสีเทา มีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจ ทหาร นักการเมือง ดารา นักร้อง และอินฟลูเอนเซอร์​ เมื่อมีคนติดตามหรือแชร์ออกไปเยอะๆ จะติดต่อไปยังอักษรย่อตามข้อมูลที่มีอยู่ในมือ เจรจาหว่านล้อมว่าหากไม่ให้แฉต่อ ต้องมีค่าใช้จ่าย หากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอนเซอร์ ราคาที่จ่ายจะสูงถึงเลขหลักหกหรือหลักเจ็ด เหยื่อส่วนใหญ่จะยินยอมจ่ายเพื่อรักษาชื่อเสียง

แต่อินฟลูฯ บางคนไม่ยอมจ่ายเพราะมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิด ถึงขั้นฟ้องดำเนินคดี พอคดีขึ้นสู่ศาล กลุ่มคนพวกนี้ก็ขอเจรจาไกล่เกลี่ย ขอขมา ซึ่งผู้เสียหายไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลจะยินยอมรับคำขอขมา แต่กลุ่มพวกนี้ไม่รู้สึกสำนึกผิด กลับมาก่อเหตุเหมือนเดิม
พฤติกรรมลักษณะดังกล่าวมีอยู่ในโลกโซเชียลจำนวนมาก บางเพจหรือบางแพลตฟอร์มมีเจ้าหน้าที่รัฐหนุนหลัง แถมเป็นนายทุนให้อีกต่างหาก นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือตบทรัพย์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้นายทุนที่หนุนหลัง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาหรือใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามให้เกิดความเสียหายอีกด้วย

หากมองบริบทโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และกลุ่มที่ใช้สื่อโซเชียลเป็นเครื่องมือตบทรัพย์ ล้วนแต่อยู่ในความรับผิดชอบของ กสทช. ที่ต้องเป็นแม่งานในการปราบปรามทั้งสิ้น แต่การขยับของ กสทช. มีน้อยมาก จะดำเนินการสักครั้งเมื่อถูกสังคมกดดันหรือรัฐบาลสั่งการแบบเข้มข้น แถมบางครั้งสวนกลับว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจสั่งการเพราะเป็นองค์กรอิสระ

ดังนั้น หากจะตั้งข้อสังเกตว่าที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ แก๊งพนันออนไลน์ และเพจต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพียงเพื่อตบทรัพย์หรือรีดไถเงินสุจริตชนทั้งหลาย ยังอยู่ยงคงกระพันได้นั้น น่าจะมีสองประเด็น คือ กลุ่มคนหรือบุคคลใน กสทช. ไร้น้ำยาที่จะจัดการ และประเด็นที่สอง คือนั่งรับผลประโยชน์แลกกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าผลประโยชน์ใน กสทช. นั้นมหาศาลจริง!!!