รวบตัวการรุมโทรมสาว 14 หนีคดีนานกว่า 13 ปี ซุกสวนลำไยสระแก้ว – เหตุต้องหนีประกันตัว เพราะเพื่อนซัดถอดเป็นคนวางแผนทั้งหมด

157

วันที่ 7 ก.พ. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.สั่งการให้ พ.ต.อ.ศิววงศ์ ดำรงสัจจ์ศิริ ผกก. 3 บก.ปพ. พ.ต.ต.ชนภัช ศิริพงษ์ สว.กก.3 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุมนายสุทธิพงษ์ฯ หรือบอย อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 546/2554 ลงวันที่ 25 ก.ค. 2554 ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา และความผิดเกี่ยวกับเพศ ได้บริเวณกลางสวนลำไย หมู่ที่ 12 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเดือนเมษายน 2553 กลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ จำนวน 7 คน วางแผนลวงรุมโทรม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี โดยมี นายเอ (นามสมมติ) ซึ่งกำลังคบหากับพี่สาวของผู้เสียหาย เป็นผู้หลอกให้ผู้เสียหายออกมาพบพี่สาวที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ก่อนจะชักชวนไปยังบ้านของนายสุทธิพงษ์ ผู้ต้องหารายนี้

ต่อจากนั้น นายสุทธิพงษ์ได้ออกอุบายให้พี่สาวของผู้เสียหายพร้อมแฟนหนุ่มออกไปซื้อบุหรี่ ปล่อยให้ผู้เสียหายอยู่บ้านตามลำพัง กระทั่งเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน นายสุทธิพงษ์พร้อมพวก รวม 6 คน ได้ย้อนกลับมาที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหาย แล้วก็พากันขับรถหลบหนีไป ปล่อยทิ้งให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างสาหัส

ภายหลัง ผู้เสียหายได้เล่าเหตุการณ์ให้ผู้ปกครองทราบ และพาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 7 รายได้ โดยพบว่ามีเยาวชน 2 คน ซึ่งแยกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องหาที่เหลือทั้งหมดต่างได้รับโทษกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงนายสุทธิพงษ์ ที่หลบหนีหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จึงถูกออกหมายจับไว้ ซึ่งจากคำให้การของจำเลยอีก 6 คน ต่างให้การตรงกันว่า นายสุทธิพงษ์นั้นเป็นผู้วางแผนการก่อเหตุทั้งหมด

ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุทธิพงษ์ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว บริเวณกลางสวนลำไย จึงวางแผนนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุดสอบสวน นายสุทธิพงษ์รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุโดยตรง ตนเป็นเพียงเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุเท่านั้น พร้อมระบุสาเหตุที่ต้องหลบหนีว่า เนื่องจากเพื่อนของผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ ต่างให้การซัดทอดว่าตนเป็นผู้วางแผนทั้งหมด จึงเกิดความกลัวและหลบหนีคดีไป เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป