ป.ตะครุบสาวบัญชีม้า! หลอกครูเกษียณ อ้างพัวพันคดีค้ามนุษย์-ฟอกเงิน หลอกโอนเงินสูญกว่า 3 แสน อ้างแอปกู้เถื่อนพาเข้าวงจรแก๊งคอลฯทำเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 6 ก.พ. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.สุนีย์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.261/2568 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2568 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”ได้บริเวณหน้าห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้สืบเนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายเป็น ครูเกษียณอายุ 69 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตุ๋นผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์และฟอกเงิน ทำให้เกิดความหวาดกลัวและหลงเชื่อว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคดีอาญา จึงโอนเงินให้คนร้ายหลายครั้ง อ้างเพื่อนำไปตรวจสอบ รวมเป็นเงินกว่า 300,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายเริ่มเอะใจและตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงทราบว่าถูกหลอกโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับสภ.เมืองศรีสะเกษ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่า บัญชีที่ใช้รับโอนเงินเป็นของ น.ส.สุนีย์ เข้าข่ายเป็น “บัญชีม้า” จึงขอศาลออกหมายจับ ก่อนที่จะตามจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน น.ส.สุนีย์อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุตนติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย และอัปโหลดเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน หน้าบัญชีธนาคาร รวมถึงสแกนใบหน้า เพื่อยื่นกู้เงินจำนวน 4,000 บาท หลังชำระหนี้ครบ แอปพลิเคชันดังกล่าวได้หายไป ก่อนทราบภายหลังว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่า บัญชีของผู้ต้องหาถูกใช้ก่อเหตุในหลายคดี มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท และยังพบว่า น.ส.สุนีย์มี หมายจับค้างอยู่อีก 3 หมาย รวมถึงมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างรอความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงจึงควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

