ปทส.รวบ “มือรับทอง”ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกนักศึกษาสาว อ้างเป็น DSI ข่มขู่คดีฟอกเงิน สูญเงิน–ทองหลักล้าน

162

วันที่ 5 ก.พ.พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.สั่งการให้ พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผู้กำกับการ 1 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ คงคนึง รอง ผกก.1 บก.ปทส. และ พ.ต.ท.วัชชะ บุดดีคำ สว.กก.1 บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม นายนเรศน์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 0093/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น ทองรูปพรรณ กระเป๋าใส่ทอง และเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหาย ได้บริเวณกลางซอยรามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ

ทั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ศปอส.ตร. สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงนักศึกษาหญิงรายหนึ่ง โดยกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ติดต่อผู้เสียหายผ่านโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้าและฟอกเงิน พร้อมแสดงเอกสารปลอมผ่านวิดีโอคอล ข่มขู่กดดันให้เกิดความหวาดกลัว อ้างว่าจะต้องถูกดำเนินคดี ทำลายอนาคต และไม่สามารถไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายกำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นจริง รวมถึงข่มขู่ว่าอาจกระทบต่อบุคคลในครอบครัวด้วย

ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีที่กลุ่มคนร้ายแจ้ง จากนั้นคนร้ายยังหลอกให้ผู้เสียหายนำทองรูปพรรณไปมอบให้กับกลุ่มคนร้ายที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบและคืนให้ภายหลัง อีกทั้งยังบังคับให้ผู้เสียหายโกหกมารดา เพื่อใช้บัญชีธนาคารของมารดาโอนเงินเพิ่มเติมให้กับกลุ่มคนร้ายด้วยพบว่ามูลค่าความเสียหายรวม หลักล้านบาท

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าบุคคลที่มารับทองจากผู้เสียหายคือ นายนเรศน์ ผู้ต้องหารายนี้ โดยหลังจากรับทองไปแล้ว ได้นำทองบางส่วนไปขายให้กับร้านทองภายในห้างย่านราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมของกลางทองคำที่ได้มาจากผู้เสียหายรายดังกล่าว

สอบสวน นายนเรศน์ ให้การรับสารภาพ อ้างว่าตนเองก็เป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์เช่นกัน โดยถูกคนร้ายโทรศัพท์ผ่านไลน์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลอกว่าบัญชีธนาคารของตนมีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จำเป็นต้องอายัดเพื่อตรวจสอบ​ ผู้ต้องหาอ้างด้วยว่า เมื่อทดลองเข้าแอปพลิเคชันธนาคารก็ไม่สามารถเข้าใช้งานได้จริง จึงหลงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อมาถูกสั่งให้ไปรับทองจากผู้เสียหายที่ห้างย่านปทุมวัน นำไปขาย และโอนเงินเข้าบัญชีที่กลุ่มคนร้ายแจ้ง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จึงนำตัวนายนเรศน์ ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป