“พิชัย” แจง สื่อนอก รบ.เพื่อไทย ทำ ศก.ฟื้น ส่งออกพุ่ง มุ่งแก้หนี้ครัวเรือนต่อ เร่งช่วยคน 5 กลุ่ม ชี้นโยบาย เศรษฐีเงินล้าน ทำให้รัฐได้ภาษีเพิ่ม มั่นใจหากเป็นรัฐบาลเจรจาลดภาษีทรัมป์เพิ่มได้อีก เหตุมีความสัมพันธ์ที่ดี

153

กรุงเทพฯ, วันที่ 5 ก.พ. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ กับ Channel News Asia สื่อสิงค์โปร์ ที่พรรคเพื่อไทย ว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ โดยนโยบายที่ต้องเร่งทำคือการแก้ไขปัญหาหนึ้ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงเกือบ 90% ของจีดีพี ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมา แม้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำให้ ภาพรวมทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นขึ้นมาก โดยในปี 68 การส่งออกขยายเพิ่มได้ถึง 12.93% และ การขอส่งเสริมการลงทุนพุ่งถึง 1.87 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์  แต่ประชาชนจะยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นทันที ทั้งนี้เพราะหนี้ที่มีอยู่สูง ดังนั้นนโยบายการแก้หนี้จึงเป็นความสำคัญเร่งด่วน โดยมีการช่วยประชาชน 5 กลุ่ม ซึ่งหากสามารถแก้ไขเรื่องหนี้เหล่านี้ได้ เศรษฐกิจจะขยายขึ้นอีกมาก ทั้งนี้ต้องเร่งให้มีการส่งออกและการลงทุนมากขึ้น ซึ่งหากการส่งออกและการลงทุนขยายตัวในระดับสูงแบบนี้ไปอีกหลายปีเศรษฐกิจไทยจะฟื้นแน่

สำหรับเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนนั้น ขออธิบายว่านโยบายนี้เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดในการหาทางเก็บภาษีแวตให้ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษีแวต ในหลายประเทศประสพความสำเร็จโดยเฉพาะที่ได้หวันที่สามารถเก็บภาษีแวตได้เพิ่มขี้น 15-20% ทุกปี มีพรรคอื่นเสนอแนวคิดหวยใบเสร็จ ซึ่งต้องใช้เงินมากกว่ามากแต่คนไม่เข้าใจ แต่นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ประชาชนเข้าใจทันที และเชื่อว่าโดนใจประชาชนมาก

ในเรื่องค่าจ้างแรงงาน  พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น Semiconductors, PCB, EV, Electronics, พลังงานสะอาด, Data Center, Ai ฯลฯ  ค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มขึ้นสูงเอง และเมื่อไทยเป็นประเทศรายได้สูงได้ ประชาชนและแรงงานจะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ส่วนเรื่องภาษีทรัมป์นั้น เป็นที่ทราบดีว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ไปเจรจาทำให้ภาษีทรัมป์ลดลงจาก 36% เป็น 19% ซึ่งเท่าๆกับประเทศคู่แข่งทำให้การส่งออกของไทยยังคงรักษาระดับได้ขนาดเดือนกันยายนยังขยายได้ 19% และ เดือนธันวาคมขยายได้ 16.8% ส่งออกทั้งปี 68 ขยายได้ 12.93% หลังจากปี 67 ขยายแล้ว 5.4% ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวง, เหล่าอธิบดี และ ทีมงาน ที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเจรจาต่อรองจนสำเร็จ

ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและสหรัฐ โดยที่ตนเองได้พบกับ USTR Jamieson Greer ถึง 2 ครั้ง และได้พบกับสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐที่รู้จักกันมานานหลายท่าน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยสามารถเจรจาการค้ากับสหรัฐไปได้ด้วยดี และหวังว่าจะสามารถลดภาษีทรัมป์ลงได้ในอนาคต ทั้งนี้ แปลกใจว่า รมว. พาณิชย์ คนปัจจุบันไปสหรัฐ แต่กลับไม่มีภาพไปพบกับ USTR Jamieson Greer เลย อีกทั้ง ไป ยุโรป แต่กลับไม่มีภาพการไปพบกับนาย Maros Sejkovic ที่เป็น EU commissioner on Trade ผู้รับผิดชอบเรื่อง FTA ของ EU ซึ่งเป็นคนที่ตนไปพบและเจรจากำหนดวันกันด้วยเลย จึงแปลกใจว่าจะเจรจาสำเร็จได้อย่างไรถ้าไม่ได้เคยเจอหน้ากัน ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเจรจาให้เสร็จได้แน่นอน เหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้วกับกลุ่มประเทศ EFTA